Skip to main content

 

"ถ้าเราออกแบบชีวิตวัยชราของเราเองได้ เราจะสร้างมันขึ้นมาในรูปแบบไหน?"

นี่คือคำถามสำคัญที่นำพาผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง ไปสู่การตั้งชุมชนผู้สูงอายุหญิงล้วนแห่งแรกในอังกฤษที่ชื่อ New Ground  ให้เป็นที่ที่ทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีอิสระ โดยที่แก่ตัวลงอย่างมีศักดิ์ศรี และไม่ต้องเผชิญกับความชราโดยลำพัง

ย้อนไปในปี 2016 ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในวัย 50 ตอนต้นไปจนถึงวัยกลาง 80 รวม 26 คน ตัดสินใจร่วมกันที่จะสร้างชุมชนในฝันขึ้น ให้เป็นสถานที่ที่ทุกคนใช้ชีวิตร่วมกันอย่างกลมเกลียว โดยร่วมกันก่อตั้งชุมชนอยู่อาศัยร่วมกันสำหรับผู้หญิงล้วนแห่งแรกของสหราชอาณาจักรในชื่อ New Ground

"ผู้หญิงส่วนใหญ่มักพูดกันแบบนี้ว่า คงจะดีนะถ้าเราได้อยู่ด้วยกัน เราจะซื้อบ้านหลังใหญ่สักหลัง แต่คงมีคนไม่กี่คนหรอกที่ทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง" เฮดี อาร์เจนต์ หนึ่งในสมาชิก New Ground กล่าว

ในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น การทำให้ความฝันเป็นจริง ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลานานนับสิบปีกว่าที่ชุมชนในฝันของพวกเธอจะเกิดขึ้นเป็นจริง

แนวคิดของ New Ground มีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปในปี 1998 จากการที่ มาเรีย เบรนตัน ผู้สอนวิชาสตรีศึกษาที่มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ เดินทางไปทั่วทั้งอเมริกาเหนือ เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์  เพื่อต้องการศึกษาว่า ประเทศต่างๆ มีการดูแลผู้สูงอายุอย่างไร

ระหว่างการเดินทาง เธอได้เรียนรู้ถึงแนวคิด co-housing หรือการอยู่อาศัยร่วมกัน จากนั้นจึงนำแนวคิดนี้กลับมาแบ่งปันให้กับกลุ่มผู้หญิงจาก เครือข่ายด้านสิทธิสตรีและที่อยู่อาศัย ที่เธอมีส่วนร่วมอยู่ด้วย

ผู้หญิงจำนวนหนึ่งตกหลุมรักแนวคิดนี้ทันที และการเดินทางสู่ความฝันเริ่มต้นขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 12 ปีในการค้นหาสถานที่ที่เหมาะสม ในที่สุดพวกเธอก็พบโรงเรียนคอนแวนต์เก่าแห่งหนึ่งที่ชื่อ เซนต์มาธาร์ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน

สถานที่แห่งนี้ต่อมา ถูกปรับปรุงจนกลายเป็นอาคารอิฐสามชั้นที่พวกเธอเรียกว่า “บ้าน” ที่ประกอบไปด้วยอพาร์ตเมนต์ 25 ห้อง แต่ละห้องมีครัวและห้องน้ำส่วนตัว เพื่อความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุที่มาอยู่อาศัย และมีทางเดินเชื่อมต่อที่นำไปสู่ "พื้นที่ส่วนกลาง" ซึ่งมีครัวกลางขนาดใหญ่สำหรับดารทำอาหารร่วมกัน และมีห้องกิจกรรม รวมถึงพื้นที่สวนส่วนกลาง

 

 

New Ground ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรการกุศลด้านที่อยู่อาศัยในลอนดอน อย่างเช่น Housing for Women และ Hanover Housing Association ในเรื่องของเงินทุนและการดำเนินงานต่างๆ โดยตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา โครงการแห่งนี้นับได้ว่า ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

สมาชิกของชุมชนมาจากหลากหลายภูมิหลัง มีถึง 9 สัญชาติ ทั้งคนวัยทำงาน คนวัยเกษียณอายุ มีทั้งหญิงหม้าย หญิงหย่าร้าง คนโสดที่มีความสุขกับชีวิต และคู่รักที่อาศัยอยู่ร่วมกันในอพาร์ตเมนต์เดียว ซึ่งแน่นอนว่า ผู้ชายสามารถมาเยี่ยมได้ เพียงแต่ไม่สามารถย้ายเข้ามาอยู่ได้

แม้ New Ground จะเป็นต้นแบบของความสำเร็จ และใกล้เคียงกับการเป็นชุมชนในอุดมคติ แต่ก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมด

จูดี ทิสดอลล์ สมาชิกชุมชนวัย 74 ปี บอกว่า การอยู่ร่วมกับผู้หญิงอีก 25 คนไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป และพวกเธอยังต้องเผชิญกับความชรา ความเจ็บป่วย และการมีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่เสมอ

“เราต้องพยายามทำงานร่วมกัน และเรียนรู้ที่จะเจรจาหาทางออกร่วมกัน" จูดีบอก

ในการจัดการกับความขัดแย้งที่มักเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว สมาชิกทุกคนในชุมชน New Ground ได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดีเพื่อจัดการความขัดแย้งโดยสันติ ในกรณีที่ไม่สามารถหาข้อสรุปที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันได้ ชุมชนจะใช้วิธีลงคะแนนเสียง มติใดๆ จะผ่านได้ก็ต่อเมื่อได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อยร้อยละ 80 และหากมีกลุ่มที่คัดค้านจนทำให้มติไม่ผ่าน กลุ่มที่คัดค้านจะมีเวลาหนึ่งเดือนในการนำเสนอแนวทางแก้ไขที่สามารถปฏิบัติได้จริงแทน

 

 

ส่วนเรื่องการดูแลชุมชน สมาชิกทุกคนของ New Ground จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการเงิน การดูแลอาคาร การทำสวน งานบ้าน และงานอื่นๆ ขณะที่มีการจ้างผู้จัดการอาคารเพียงหนึ่งคน เพื่อทำหน้าที่ดูแลสภาพอาคารและจัดเก็บค่าบริการรายเดือนตามอัตราที่สมาชิกกำหนดร่วมกัน

แม้ระบบการบริหารจัดการใน New Ground จะค่อนข้างเรียบง่าย แต่ก็เป็นแนวคิดที่ดูท้าทายและแตกต่างจากวิถีชีวิตกระแสหลักของผู้สูงอายุในบ้านพักคนชราแบบดั้งเดิมอยู่ไม่น้อย

"พวกเราต่อต้านอย่างหนักต่อแนวคิดอคติต่อผู้สูงอายุ การปฏิบัติแบบผู้ใหญ่รู้ดีกว่า และการมองผู้สูงอายุราวกับเป็นเด็ก ที่มักพบในระบบบริการดูแลผู้สูงอายุ" มาเรีย เบรนตัน ซึ่งปัจจุบันอายุ 80 ปีแล้วกล่าว

มาเรียและสมาชิกผู้ก่อตั้งอีกหลายคน ร่วมกันบันทึกเรื่องราวการเดินทางทั้งหมดของ New Ground ไว้ในหนังสือชื่อ Our Later Years ซึ่งบอกเล่าถึงสิ่งที่พวกเธอร่วมกันสร้างขึ้นตลอดหลายทศวรรษ

"พวกเรากำลังสร้างประวัติศาสตร์ และภูมิใจกับมันอย่างยิ่ง" เชอร์ลีย์ สมาชิกคนหนึ่งของ New Ground กล่าว

หลังจากใช้เวลากว่า 25 ปี พวกเธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ชีวิตในวัยชราอาจมีทางเลือกมากกว่า “บ้านพักคนชรา” หรือการอยู่อย่างโดดเดี่ยวในบ้านที่เงียบเหงา สิ่งสำคัญที่สุดของรูปแบบการอยู่อาศัยร่วมกันลักษณะชุมชน คือ การเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถแก่ตัวลงอย่างมีศักดิ์ศรี และมีอิสระ โดยที่ไม่ต้องเผชิญกับความชราเพียงลำพัง

พวกเธอหวังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่ New Ground จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดทางเลือกใหม่สำหรับผู้หญิงสูงวัยอื่นๆ ทั้งในลอนดอนและทั่วโลกในการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นอิสระ มีศักดิ์ศรี และแก่ตัวอย่างมีความสุขไปด้วยกัน


ที่มา
They turned an old convent into an all-women apartment complex: 'It's about taking control of our lives'