โดยทั่วไป ผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม และผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ที่มีอายุมาก มักต้องย้ายไปอยู่ในสถานดูแลผู้มีภาวะความจำเสื่อม ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด และเป็นสถานที่ที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
แต่ทว่าที่ หมู่บ้านผู้ป่วยสมองเสื่อมโฮเคอไวก์ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ สร้างแนวทางใหม่ในการดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะสองเสื่อม และกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการปรับเปลี่ยนมุมมองและวิธีการดูแลผู้สูงอายุในหลายประเทศ รวมถึงในสหรัฐอเมริกาด้วย
แนวคิดของโมเดล “โฮเคอไวก์” คือ การสร้าง “ชุมชนแบบปกติ” แทนที่จะเป็น “สถานดูแลผู้ป่วย” โดยสร้างให้เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก มีที่อยู่อาศัยแบบอิสระ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และโรงละคร ให้ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมขั้นรุนแรงสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ควบคู่ไปกับรับการดูแลจากบุคลากรการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โมเดลโฮเคอไวก์ นำไปสู่การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการดูแลผู้ป่วยภาวะความจำเสื่อม และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งในยุโรป ออสเตรเลีย จีน และแคนาดา เช่นเดียวกับในสหรัฐที่มีการสร้างหมู่บ้านผู้ป่วยสมองเสื่อมแห่งแรกในเมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซิน ที่นำโมเดลโฮเคอไวก์มาปรับใช้
โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า หมู่บ้านผู้ป่วยสมองเสื่อมเอเลนแอนด์ปีเตอร์ จอห์นสัน รับผิดชอบโดย Agrace องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำงานด้านการดูแลสุขภาพในรัฐวิสคอนซิน โดยให้การดูแลชาววิสคอนซินที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปที่ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์
“โมเดลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโฮเคอไวก์ จินตนาการถึงสิ่งที่มากกว่านั้น นั่นคือชุมชนที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อการใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงเพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วย เป็นสถานที่ที่ผู้มีภาวะสมองเสื่อมยังสามารถสัมผัสจังหวะของชีวิตจริงได้ต่อไป” ลินน์ เซ็กซ์เทน ประธานและซีอีโอของ Agrace กล่าว
หมู่บ้านผู้ป่วยสมองเสื่อมเอเลนแอนด์ปีเตอร์ จอห์นสัน จะมีบ้านพักรวมสำหรับผู้อยู่อาศัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกโดยออกแบบให้เป็นเมืองที่คนเดินถึงกันได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงละคร สวนสาธารณะ และร้านค้าต่างๆ บนถนนสายหลัก แนวคิดสำคัญคือ การออกแบบหมู่บ้านให้รองรับความต้องการของผู้มีภาวะสมองเสื่อมในลักษณะที่ช่วยให้พวกเขาปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ยังสามารถเข้าถึงเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็งได้
บ้านพักแต่ละหลัง กำหนดให้ผู้สูงอายุที่เข้าพักอยู่ร่วมกัน 8 คน โดยจับคู่เพื่อนร่วมบ้านตามความสนใจและรูปแบบการใช้ชีวิต ภายในบ้านจะมีห้องครัว ห้องนอนส่วนตัว และห้องนั่งเล่น เหมือนกับบ้านทั่วไป และมีผู้ดูแลประจำบ้าน
ภายในหมู่บ้านยังมีพื้นที่สำหรับบุคคลภายนอก ที่มาสมัครเป็นสมาชิก “เดย์คลับ” ซึ่งรองรับได้สมาชิกได้ราว 40-50 คน ให้เข้ามาใช้เวลาในช่วงกลางวันเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ และรับการความช่วยเหลือต่างๆ ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้มีภาวะสมองเสื่อม
หมู่บ้านผู้ป่วยสมองเสื่อมเอเลนแอนด์ปีเตอร์ จอห์นสัน สร้างขึ้นบนพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 40 ล้านดอลลาร์ เงินทุนส่วนใหญ่มาจากโครงการระดมทุนภายใต้ชื่อ "พลิกโฉมคุณภาพชีวิตผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม" โดยหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุด คือ เอเลน จอห์นสัน และปีเตอร์ จอห์นสัน ผู้ใจบุญในท้องถิ่น
หมู่บ้านผู้ป่วยสมองเสื่อมนี้ มีกำหนดเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2027 และคาดว่าจะมีผู้ลงชื่อรอเข้าพักจำนวนมาก เช่นเดียวกับสถานดูแลผู้ป่วยความจำเสื่อมหลายแห่งทั่วประเทศ
ลินน์ หวังว่าโมเดลนี้จะขยายตัวออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อมทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา
ที่มา
First in the nation 'dementia village' is a tiny town built just for residents with memory loss