Skip to main content

 

คาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ กำลังทำให้พืชอาหารมีคุณค่าทางโภชนาการลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะขาดสารอาหารของผู้คนนับหลายร้อยล้านคนในอนาคต

การศึกษาของทีมนักวิจัยจากประเทศเนเธอร์แลนด์ตีพิมพ์ในวารสาร Global Change Biology เมื่อปลายปี 2025 ทำการศึกษาระดับสารอาหารในพืชอาหารจำนวน 43 ชนิดที่มนุษย์ส่วนใหญ่บริโภคเป็นหลัก พบว่า สารอาหารที่สำคัญในพืชเหล่านั้นค่อยๆ ลดลงจากเมื่อ 40 ปีที่แล้ว

ทีมวิจัยพบว่า นับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา สารอาหารสำคัญในพืชอาหารตั้งแต่ข้าว ถั่วเหลือง ไปจนถึงข้าวสาลี มีอาหารสำคัญอย่างโปรตีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 3.2 โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ

สเตอร์เร เทอร์ฮาร์ ผู้นำทีมวิจัยระบุว่า แม้ตัวเลขดังกล่าวจะยังไม่ถือว่าลดลงอย่างรุนแรง แต่ก็นับเป็นสัญญาณเริ่มต้นของแนวโน้มที่น่ากังวลว่า ในโลกที่ผู้คนนับพันล้านคนตกอยู่ในภาวะขาดสารอาหารอยู่แล้ว การลดลงของสารอาหารในพืชที่มนุษย์บริโภคเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์นี้ อาจทำให้คนเหล่านั้นเข้าสู่วิกฤตด้านสุขภาพได้

ศาสตราจารย์ คริสตี อีบี จากศูนย์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมโลก มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ระบุว่า อาหารที่เรากินกันในทุกวันนี้ มีความหนาแน่นของสารอาหารน้อยกว่าอาหารที่ปู่ย่าตายายของเราเคยกิน แม้จะเป็นอาหารชนิดเดียวกันก็ตาม

นักวิจัยบอกว่า ผลการศึกษาอาจฟังดูขัดแย้งกับความคิดที่ว่า การมีคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น พืชควรเติบโตได้ดีขึ้น  แต่มันกลับทำให้พืชมีคุณค่าทางโภชนาการในพืชลดลง

ทั้งนี้ เนื่องจากสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการของพืชซึ่งมนุษย์นำมาเป็นอาหารนั้น มาจากแร่ธาตุที่พืชดูดซึมจากดิน ขณะที่ก๊าซเรือนกระจกอาจช่วยให้พืชเติบโตได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น แต่ปริมาณแร่ธาตุที่พืชดูดซึมไม่ได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ความเข้มข้นของสารอาหารในพืชถูก “เจือจางลง”

นอกจากนี้ ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากเกินไป ทำให้พืชไม่จำเป็นต้องเปิดปากใบเพื่อรับอากาศให้มากเหมือนเดิม เมื่อพืชเปิดปากใบน้อยลง การระเหยของน้ำก็ลดลง การดูดน้ำผ่านรากก็จะน้อยลงเช่นกัน ซึ่งน้ำที่ผ่านทางรากของพืชเป็นตัวนำพาเอาแร่ธาตุสำคัญที่มนุษย์ต้องการขึ้นไปสะสมอยู่ในส่วนต่างๆ ของพืช

งานวิจัยในปี 2018 พบว่า มีประชากรโลกกว่า 175 ล้านคน ที่เผชิญภาวะร่างกายขาดธาตุสังกะสีจากการที่ระดับสารอาหารในพืชลดลง เพราะมลพิษทางอากาศจากคาร์บอนไดออกไซด์

ขณะที่ปัจจุบัน มีประชากรโลกราว 1 ใน 4 กำลังเผชิญกับภาวะโลหิตจาง ขณะเดียวกัน มีผู้หญิงและเด็กอีกราว 1.4 พันล้านคน ที่ได้รับธาตุเหล็กจากอาหารที่บริโภคลดลงถึงร้อยละ 4 ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางที่รุนแรงขึ้น โดยภาวะดังกล่าวสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ปัญหาพัฒนาการของเด็ก หรือแม้แต่นำไปสู่การเสียชีวิตได้


ที่มา
Climate Change Is Getting So Bad That It’s Making Food Less Nutritious