การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากช่วยเรื่องของสุขภาพและการมีรูปร่างที่ดีแล้ว มีงานวิจัยที่ชี้ว่า การออกกำลังกายสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ จากการที่ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีสมดุลมากขึ้น
มีงานวิจัยขนาดใหญ่หลายชิ้นที่พบว่า คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งไต มะเร็งทรวงอก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร
งานวิจัยของ ธนาคารชีวภาพสหราชอาณาจักร เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย และจำนวนก้าวเดิน ต่อความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ทำการติดตามผู้เข้าร่วมวิจัยจำนวน 85,394 คน เป็นเวลาเกือบ 6 ปี โดยช่วงที่ติดตามผล มีผู้ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งจำนวน 2,633 คน
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มผู้เข้าร่วมการวิจัยที่มีกิจกรรมทางกายสูงที่สุด มีความเสี่ยงต่อเกิดมะเร็งน้อยกว่ากลุ่มที่เคลื่อนไหวร่างกายน้อยที่สุด ร้อยละ 26 งานวิจัยยังพบว่า กิจกรรมทางกายระดับเบา ระดับปานกลางถึงหนัก มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อมะเร็งที่ลดลง โดยพบว่า หากมีการเคลื่อนไหวร่างกายแทนการนั่งอยู่กับที่วันละ 1 ชั่วโมง ด้วยกิจกรรมระดับเบาหรือระดับปานกลางถึงหนัก สัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อมะเร็งที่ลดลงด้วยเช่นกัน
จำนวนก้าวเดินต่อวัน ก็มีผลต่อการลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็ง นักวิจัยพบว่า คนที่เดิน 7,000 ก้าวต่อวัน มีความเสี่ยงต่อมะเร็งต่ำกว่าคนที่เดิน 5,000 ก้าวประมาณร้อยละ 11 และคนที่เดิน 9,000 ก้าวต่อวัน ความเสี่ยงต่อมะเร็งลดลงร้อยละ 16
นักวิจัยระบุว่า การออกกำลังกายส่งผลต่อร่างกายมากไปกว่าการเผาผลาญแคลอรี โดยจะช่วยควบคุมการอักเสบภายในร่างกาย ช่วยปรับระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของเซลล์มะเร็ง และเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งคอยตรวจจับและกำจัดเซลล์ผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
การออกกำลังกายยังช่วยควบคุมน้ำหนัก ซึ่งมีบทบาทต่อการลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง จากการที่ไขมันส่วนเกินไปเพิ่มการอักเสบ เพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน และส่งผลต่ออินซูลิน รวมถึงสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
สำหรับคนวัยผู้ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำกิจกรรมระดับปานกลาง เช่น การเต้น เดินด้วยความเร็วประมาณ 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เล่นโยคะ ตีกอล์ฟ หรือทำงานในสวน อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือทำกิจกรรมระดับที่หนัก เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ กระโดดเชือก หรือปั่นจักรยานด้วยความเร็วประมาณ 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคนทักกีชี้ว่า การออกกำลังกายที่ดีที่สุด การออกกำลังที่สามารถทำจริงและทำได้ต่อเนื่อง อาจเป็นการเดินระยะสั้นๆ การเล่นกีฬาในวันหยุด หรือออกกำลังกายที่บ้าน และการเพิ่มการเคลื่อนไหวเข้าไปในกิจวัตรประจำวัน เช่น เดินเล่นหลังมื้ออาหาร หรือเลือกใช้บันไดแทนลิฟต์ ก็ให้ประโยชน์ไม่แพ้การออกกำลังกายแบบจริงจัง
ที่มา
The Simple Habit That Could Help Prevent Cancer
Amount and intensity of daily total physical activity, step count and risk of incident cancer in the UK Biobank