Skip to main content

 

ชาวอเมริกันรุ่นใหม่กำลัง “ตัดขาดความสัมพันธ์” กับผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงกับคนแปลกหน้า แต่ยังรวมถึงเพื่อนๆ และคนในครอบครัวด้วย

ผลสำรวจโดย Talker Research บริษัทวิจัยตลาด ทำการสำรวจชาวอเมริกันจำนวน 2,000 คน พบว่า ในปีที่ผ่านมา มีผู้ตอบแบบสำรวจราวร้อยละ 40 เลือกที่จะ “เลิกติดต่อ” กับเพื่อนๆ หรือสมาชิกในครอบครัว โดยร้อยละ 60 ของกลุ่มคนเจน Z และร้อยละ 50 ของคนรุ่นมิลเลนเนียล ระบุว่า เคย “ตัดขาดบางคนออกจากชีวิต” ในปีที่ผ่านมา ขณะที่สัดส่วนนี้ในคนเจน X อยู่ที่ร้อยละ 38 และเบบี้บูมเมอร์ อยู่ที่ร้อยละ 20

สาเหตุหลักที่มาเป็นอันดับหนึ่ง คือ การไม่ให้เกียรติและถูกละเมิดตัวตน รองลงมา เป็นความสัมพันธ์ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต และอีกฝ่ายมีความคิดด้านลบที่มากเกินไป นอกจากนี้ ยังมีเรื่องค่านิยมที่แตกต่างกัน การเติบโตจนความสัมพันธ์ไม่สอดคล้องกันอีกต่อไป และความเห็นทางการเมือง หรือความเห็นต่อประเด็นทางสังคมที่ต่างกัน โดยร้อยละ 59 ของคนที่ตัดความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ และคนในครอบครัวในปีที่ผ่านมา บอกว่า ยังไม่ได้ติดต่อกลับไป

ส่วนพฤติกรรมบนโซเชียลมีเดีย การสำรวจพบว่า ในปีที่ผ่านมา มากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจทำการ “บล็อก” เพื่อนหรือญาติพี่น้อง และร้อยละ 30 ลบบางคนออกจากกลุ่มแชต

การสำรวจยังพบด้วยว่า “การหลีกเลี่ยง” เป็นปฏิกิริยาหลักที่ใช้จัดการกับปัญหาในความสัมพันธ์ ร้อยละ 73 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขามีแนวโน้มจะถอยห่างจากคนใกล้ตัวในช่วงเวลาที่เผชิญความยากลำบาก แทนที่จะสื่อสารเพื่อขอให้ช่วยเหลือหรือให้ช่วยแก้ไขปัญหา

ดร. นิโคล เบนเดอร์ส ฮาดี ประธานเจ้าหน้าที่การแพทย์ของ Talkspace บริษัทผู้ว่าจ้างให้ทำการสำรวจครั้งนี้ ระบุว่า  การใช้วิธีหลีกเลี่ยงปัญหาในความสัมพันธ์กำลังเกิดบ่อยขึ้นและมีความเสี่ยง เนื่องจากอาจทำให้การรักษาความสัมพันธ์ที่มีความหมายเป็นไปได้ยากขึ้นในระยะยาว และอาจนำไปสู่ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น

สอดคล้องกับผลการสำรวจที่พบว่า ร้อยละ 47 ของผู้ตอบแบบสอบถาม บอกว่า พวกเขารู้สึกเหงาในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ขณะที่ร้อยละ 34 รู้สึกว่า มีความเชื่อมโยงทางสังคมน้อยลงเมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน ร้อยละ 68 บอกว่า มีปัญหาในการเข้าชุมชนแบบที่มีการพบหน้ากันจริงๆ ขณะเดียวกัน ร้อยละ 31 ระบุว่า ยังอยากมีส่วนร่วมกับชุมชนมากขึ้น


ที่มา
Why So Many Gen Z Cut Family and Friends Off Without Warning