แพทย์เตือน “ภัยหน้าร้อน” นอกจากเสี่ยงต่อการเกิด “ฮีทสโตรก” แล้ว ยังเพิมความเสี่ยงต่อการเกิด “อาการท้องเสีย” จากอุณหภูมิที่สูงซึ่งเป็นตัวเร่งให้เชื้อแบคทีเรียและไวรัสในอาหารเติบโตได้เร็ว ซึ่งในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
พญ.อุไรวรรณ สิมะพิเชฐ อายุรแพทย์โรคระบบตับและทางเดินอาหาร โรงพยาบาลวิมุต เผยว่า อาการท้องเสียในช่วงหน้าร้อน มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสในระบบทางเดินอาหาร โดยเชื้อที่พบบ่อย ได้แก่ เชื้อ Vibrio ในอาหารทะเลปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ, เชื้อ Salmonella ในเนื้อสัตว์ ไข่ดิบ หรือนมที่ฆ่าเชื้อไม่สะอาด, เชื้อ E.coli ที่ปนเปื้อนในน้ำดื่มและผักผลไม้ล้างไม่สะอาด และเชื้อ Staphylococcus aureus ที่จะสร้างสารพิษในอาหารที่ตั้งทิ้งไว้ในที่อากาศร้อน นอกจากนี้ อาจพบเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในฤดูหนาวอย่างเชื้อ Norovirus และ Rotavirus ผ่านการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนหรือน้ำแข็งที่ไม่สะอาด
อาหารปรุงสุก วางทิ้งไว้แค่ 2 ชั่วโมงก็อาจเสียได้
พญ.อุไรวรรณ อธิบายว่า หลายคนอาจสงสัยถึงสาเหตุของการกินอาหารปรุงสุกแล้วยังท้องเสีย คำตอบ คือ เชื้อบางชนิดสามารถสร้างสารพิษที่ทนความร้อนไว้ในอาหาร ซึ่งแม้จะนำมาอุ่นหรือปรุงสุกซ้ำก็อาจกำจัดสารพิษได้ไม่หมด นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) จากการใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างของดิบและของสุก รวมถึงการวางอาหารไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี บางครั้งอาการท้องเสียอาจเกิดจากสารเคมีตกค้างในวัตถุดิบ ซึ่งความร้อนไม่สามารถกำจัดได้
เมนูสุดฮิตควรระวังในช่วงหน้าร้อน
พญ.อุไรวรรณ เผยว่า ในช่วงหน้าร้อน เมนูประจำอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้โดยไม่รู้ตัว เช่น ข้าวมันไก่และข้าวหมูแดง ซึ่งจุดเสี่ยงมักอยู่ที่ 'น้ำจิ้ม' ที่บูดเสียง่ายเมื่อวางไว้ในอุณหภูมิห้อง ขณะที่ 'น้ำราด' ซึ่งมีทั้งแป้งและน้ำตาล เป็นอาหารของแบคทีเรีย ทำให้เชื้อเติบโตได้รวดเร็ว
ขณะที่อาหารที่มีส่วนประกอบของกะทิ เช่น แกงเขียวหวาน ขนมหวาน หรือน้ำพริกบางชนิด ก็เสี่ยงบูดเสียได้เร็วขึ้น รวมถึงผักสดที่ล้างไม่สะอาดก็อาจมีแบคทีเรียตกค้าง และน้ำสลัดที่มีไข่สดหรือมายองเนส หากวางทิ้งไว้นานก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนได้เช่นกัน
พญ.อุไรวรรณ เผยว่า อีกหนึ่งเมนูที่ต้องระวัง คือ อาหารทะเลลวกหรือปรุงแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ หากปรุงไม่สุกอย่างทั่วถึงก็เสี่ยงต่อการท้องเสียได้มากขึ้น นอกจากนี้ ข้าวผัดที่ค้างคืน หรือข้าวที่แช่เย็นไม่เพียงพอก่อนนำมาผัด อาจเอื้อต่อการเกิดสปอร์ของแบคทีเรีย Bacillus cereus ที่ทนความร้อน และเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษได้
ท้องเสีย-อาเจียนบ่อย-ขาดน้ำ รีบพบแพทย์ด่วน
พญ.อุไรวรรณระบุว่า อาการท้องเสียทั่วไปมักมีการถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน แต่หากเป็นการท้องเสียจากการติดเชื้อจะมีอาการร่วม เช่น มีไข้ อุจจาระมีมูกหรือเลือดปน มีกลิ่นผิดปกติ ปวดบิดหรือปวดเบ่งรุนแรง รวมถึงคลื่นไส้อาเจียน โดยถ้ามีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส อาเจียนบ่อยจนจิบน้ำเกลือแร่ไม่ได้ มีสัญญาณขาดน้ำอย่างปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม หน้ามืด หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ถือว่าเป็นการติดเชื้อรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที
อาหารช่วยฟื้นฟูลำไส้ช่วงท้องเสีย
พญ.อุไรวรรณแนะนำว่า เมื่อมีอาการท้องเสีย ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนมและผลิตภัณฑ์จากนม อาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด อาหารที่มีกากใยมาก รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะอาจกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานหนักขึ้น ควรเน้นกินอาหารรสจืด ย่อยง่าย ตามหลัก BRAT Diet ได้แก่ กล้วยน้ำว้า ที่ช่วยชดเชยโพแทสเซียมและช่วยให้ขับถ่ายเป็นก้อน ข้าวขาว โจ๊ก หรือข้าวต้มที่ย่อยง่ายและให้พลังงาน ซอสแอปเปิลหรือแอปเปิลปอกเปลือกที่ช่วยลดการระคายเคือง และขนมปังขาวปิ้ง ไม่ทาเนยหรือแยม ซึ่งช่วยให้ลำไส้ฟื้นตัวได้ดีขึ้น
“ทุกคนสามารถป้องกันการท้องเสียในช่วงหน้าร้อนได้ง่ายๆ ด้วยหลัก ‘กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ’ โดยเน้นกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และใช้ช้อนกลางเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากน้ำลาย ถ้ากินไม่หมดให้เก็บเข้าตู้เย็นทันที อย่าวางทิ้งไว้ เมื่อต้องการอุ่นซ้ำให้อุ่นครั้งเดียวด้วยความร้อนที่สูงพอเพื่อฆ่าเชื้อโรคให้ทั่วถึง รวมถึงหมั่นล้างมือและแยกอุปกรณ์ของดิบกับของสุกอย่างชัดเจนเพื่อความสะอาด” พญ.อุไรวรรณ กล่าว