หลายคนเชื่อว่า การ “เบิร์นเอาท์” หรือ “ภาวะหมดไฟ” เกิดจากการทำงานหนักเกินไป แต่ทว่ามีงานวิจัยที่ชี้ว่า การลดชั่วโมงทำงาน หรือลดจำนวนวันทำงานลง ไม่ได้ช่วยทำให้ภาวะหมดไฟเบาบางลง เมื่อเทียบกับประสบการณ์ทำงานที่ย่ำแย่ในสถานที่ทำงาน ซึ่งมีอิทธิพลมากกว่าจำนวนชั่วโมงหรือวันทำงานเกือบสามเท่า
ภาวะหมดไฟ มักเกิดขึ้นจากการขาด “ความเชื่อมโยงที่แท้จริง” และ “ความใส่ใจอย่างจริงใจ” ต่อกันในที่ทำงาน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมที่ลึกซึ้งต่ออารมณ์ความรู้สึกในระดับตัวบุคคล
งานวิจัยจาก สมาคมจิตวิทยาของสหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่าง แรงสนับสนุนทางสังคมในที่ทำงาน กับ อัตราภาวะหมดไฟที่ลดลง ความพึงพอใจในการทำงานที่เพิ่มขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น
รายงานของ Harvard Business Review ระบุว่า ความรู้สึกโดดเดี่ยว กับ ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งคนรู้สึกเหนื่อยล้ามากเท่าไร ก็จะยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น และการไม่ผูกพันกับงานที่ทำ จะนำไปสู่ความโดดเดี่ยว และจากความโดดเดี่ยวก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่ผูกพันกับงานมากขึ้น เกิดเป็นวงจรต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในที่ทำงาน การเอาใจใส่ของหัวหน้างานและผู้บริหารต่อพนักงาน จะช่วยลดความโดดเดี่ยวและความเหนื่อยล้าของพนักงานได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งยังสามารถลดอัตราความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าในพนักงานได้
ทั้งนี้ เนื่องจากหัวหน้างานและผู้บริหาร คือ ด่านหน้าในการสร้างความเชื่อมโยงและการสนับสนุนในที่ทำงาน เมื่อพนักงานรู้สึกว่า ไม่ได้รับการสนับสนุนและต้องเผชิญทุกอย่างตามลำพัง ความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟจะเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลการสำรวจของ Gallup พบว่า การขาดการสนับสนุนจากคนในระดับผู้จัดการ และการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนมีความสัมพันธ์อย่างมากกับภาวะหมดไฟของพนักงาน
“เพียงแค่พนักงานรับรู้ว่า ผู้จัดการใส่ใจ ก็มีความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับการมีส่วนร่วมในการทำงานที่สูงขึ้น และผู้ที่รู้สึกว่าผู้จัดการใส่ใจมีโอกาสเผชิญภาวะหมดไฟน้อยลงถึงร้อยละ 70” รายงานระบุ
ผู้จัดการที่ให้การสนับสนุนจะทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกันทางจิตใจ” สามารถตอบสนองต่อพนักงานเมื่อพวกเขาเผชิญปัญหา พร้อมแสดงถึงความใส่ใจ เปิดโอกาสให้เข้าถึง รับฟังอย่างตั้งใจ ลดภาระ และติดตามผลอย่างต่อเนื่องจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข
การที่พนักงานได้รับการสนับสนุน ได้รับความเคารพ และรู้สึกปลอดภัย มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการมีส่วนร่วมในงาน และทำให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ซึ่งนำไปสู่สุขภาวะทางจิตที่ดีขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพและผลงานที่สูงขึ้น
แต่ทั้งนี้ องค์กรไม่สามารถพึ่งพาเฉพาะแต่ผู้บริหารระดับผู้จัดการให้รับผิดชอบต่อสุขภาวะของพนักงานได้ทั้งหมด ซึ่ง ปราศจากการสนับสนุนจากผู้นำระดับสูง ผู้จัดการเองก็จะหมดไฟได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
หากวัฒนธรรมของการสนับสนุนกันและกันในที่ทำงานไม่ได้เริ่มต้นจากระดับบนลงล่าง หรือหากมองว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล ภาวะหมดไฟของพนักงานก็ยังคงเกิดขึ้น
เมื่อองค์กรจัดหาเครื่องมือและทรัพยากรเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับพนักงาน ให้ความสำคัญกับความเชื่อมโยงและการเกื้อหนุนกันและกันในที่ทำงาน สร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่า มีคุณค่า ถูกมองเห็น เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และได้รับการดูแล จะสามารถช่วยลดภาวะหมดไฟในการทำงานลงได้
ที่มา
Why Burnout Is Less About Workload And More About Lack Of Connection