Skip to main content

 

องค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ภายในปี 2050 ประชากรโลกที่อายุ 65 ปีขึ้นไป จะเพิ่มสูงถึง 1.5 พันล้านคน ซึ่งเป็นสัดส่วนเกือบสองเท่าจากปี 2020 ขณะเดียวกัน ปัญหาอัตราการเกิดที่ลดต่ำอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในหลายภูมิภาคนานนับทศวรรษ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนประชากรวัยแรงงานที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป  

ปัจจุบัน ความรู้และประสบการณ์ของผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และถูกมองว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในตลาดแรงงาน หลายประเทศจึงใช้มาตรการเพิ่มการจ้างงานผู้สูงอายุ เพื่อช่วยชะลอการถดถอยทางเศรษฐกิจจากสภาพสังคมสูงวัย

องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า หากผู้สูงอายุสามารถทำงานได้นานขึ้นและมีสุขภาพดีขึ้น ก็จะช่วยชดเชยการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากโครงสร้างประชากรสูงวัย และผลักดันจีดีพีของโลกให้สูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

แต่ในความเป็นจริง พนักงานสูงวัยจำนวนมาก มักออกจากตลาดแรงงานก่อนเวลาอันควร เนื่องจากสุขภาพที่ไม่ดี การถูกเลิกจ้าง ภาระการดูแลครอบครัว หรือการถูกเลือกปฏิบัติทางด้านอายุ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ หากภาคธุรกิจและภาครัฐให้ความสำคัญกับ 4 ประเด็นหลักที่ รูพัล คานทาเรีย จากคลังสมอง Oliver Wyman Forum เสนอได้แก่ รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น การเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต (โดยเฉพาะเทคโนโลยีเอไอ) ความเป็นธรรม และการส่งเสริมสุขภาวะและป้องกันโรค


1. การทำงานที่ยืดหยุ่น

 

จากผลสำรวจประจำปี 2025 ของ Randstad เผยว่า ความยืดหยุ่นในการทำงาน เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับคนอายุ 50 ถึง 64 ปีในการเลือกงานใหม่

รูพัล บอกว่า องค์กรที่เปิดโอกาสให้มีเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น การเกษียณอายุแบบค่อยเป็นค่อยไป และการทำงานพาร์ตไทม์ จะช่วยให้พนักงานสูงอายุซึ่งมีประสบการณ์ยังคงสร้างผลงานได้ พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนขององค์กร และยังสามารถลดอัตราการลาออกของพนักงานได้ราวร้อยละ 25 ถึง 35


2. การเรียนรู้ตลอดชีวิต


รายงาน Future of Jobs 2025 ของ World Economic Forum ระบุว่า แรงงานทั่วโลกเกือบร้อยละ 59 ต้องได้รับการ reskill หรือ upskill ภายในปี 2030 เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับพนักงานเจน Z ที่ปัจจุบันร้อยละ 58 ใช้เอไอในการทำงานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง ขณะที่คนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่ไม่ใช้เทคโนโลยีเอไอเลย เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 45

ขณะเดียวกัน ความต้องการเรียนรู้เทคโนโลยีเอไอก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยร้อยละ 27 ของเบบี้บูมเมอร์ต้องการเข้ารับการฝึกอบรม เพิ่มจากร้อยละ 8 ในปี 2021 และร้อยละ 30 ของคนเจน X ระบุว่า ต้องการการฝึกอบรมด้านเอไอเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ร้อยละ 15

รูพัล บอกว่า มีปัญหาใหญ่ประการหนึ่ง คือ “การเข้าถึง” ซึ่งมีเพียง 1 ใน 4 ของพนักงานทั้งหมด และสำหรับเบบี้บูมเมอร์ มีเพียงร้อยละ 17ที่ระบุว่า มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ เธอองค์กรสามารถแก้ไขสิ่งเหล่านี้ได้ โดยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะ และให้พนักงานเจน Z ที่มีความเชี่ยวชาญสูงช่วยผู้ถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนร่วมงานสูงวัย


3. การบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติ

 

ภาคธุรกิจและภาครัฐสามารถสร้างความเท่าเทียมในที่ทำงานได้มากขึ้น ผ่านการกำหนดนโยบายภายในที่เข้มแข็ง การส่งเสริมความโปร่งใสด้านค่าตอบแทน และการจัดโปรแกรมฝึกอบรมและพี่เลี้ยงที่ผู้สูงอายุต้องการ

รูพัล บอกว่า บริษัทจำนวนมากเริ่มได้รับประโยชน์จากแนวทางเหล่านี้ เช่น ธนาคารแห่งหนึ่งสามารถรักษาพนักงานสูงวัยไว้ได้ ด้วยการให้สวัสดิการตามช่วงชีวิต เช่น วันลาพิเศษเพื่อดูแลหลานแรกเกิด และการลาพักงานระยะยาวเพื่อป้องกันภาวะหมดไฟ

ขณะที่อีกธนาคารหนึ่งมีโครงการ “reverse mentoring” ที่จับคู่ผู้บริหารระดับสูงกับพนักงานมิลเลนเนียล และเจน Z ซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและเอไอ ขณะเดียวกันก็เปิดมุมมองใหม่ และช่วยรักษาพนักงานรุ่นใหม่ไว้ได้


4. การป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาวะ

 

รูพัล บอกว่า หากสังคมต้องการให้ผู้สูงอายุยังคงทำงานได้ ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องช่วยให้พวกเขามีสุขภาพดี โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น ยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์ที่ใช้แนวทางแบบบูรณาการ ทั้งด้านสาธารณสุข ที่อยู่อาศัย การออกแบบเมือง และการมีส่วนร่วมทางสังคม เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี

ขณะที่สหราชอาณาจักร มีโครงการสำคัญ เช่น Our Future Health เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่ตั้งเป้ารวบรวมข้อมูลจากประชาชน 5 ล้านคน เพื่อพัฒนาวิธีการใหม่ในการป้องกัน ตรวจจับ และรักษาโรค โดยหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบสัญญาณของโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก

รูพัล บอกว่า ภาคธุรกิจและสังคมต้องละทิ้งภาพเหมารวม และไม่ประเมินศักยภาพของผู้สูงอายุต่ำจนเกินไป เธอบอกว่า การสูงวัยมีหลายช่วงชีวิต ไม่ต่างจากวัยเด็กที่มีหลายระยะ และไม่ใช่วาส ผู้สูงอายุทุกคนที่ต้องการหรือจำเป็นต้องทำงาน แต่เป้าหมาย คือ การขจัดอุปสรรค เพื่อให้ผู้สูงอายุที่สามารถและต้องการทำงาน สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคง

การเพิ่มการจ้างงานผู้สูงอายุจะช่วยเพิ่มผลผลิต ขยายฐานภาษี และลดแรงกดดันต่อระบบบำนาญ ที่สำคัญยังช่วยเรื่องรู้สึกถึงความหมายในชีวิตของผู้สูงอายุอีกด้วย


ที่มา
4 ways to retain older workers and boost the global economy