ทีมวิจัยทำการศึกษา “การนอนหลับ” ว่า ส่งผลต่อการเรียนและการสร้างพฤติกรรมให้เป็นนิสัยอย่างไร โดยทดลองกับนักศึกษาโดยจ่ายเงินให้คืนละ 5 ดอลลาร์สำหรับคืนที่พวกเขาสามารถนอนหลับได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมง พบว่า ทำให้นักศึกษานอนหลับได้นานขึ้นตามเป้าหมาย และยังส่งผลให้มีการเรียนดีขึ้น
การศึกษานี้เผยแพร่ใน วารสารสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยชิคาโก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 นักวิจัยให้นักศึกษาปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กมากกว่า 1,100 คน สวมอุปกรณ์ติดตามที่มีลักษณะคล้ายนาฬิกาซึ่งติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเตือนเวลาให้เข้านอน โดยที่ข้อมูลการนอนหลับจะจะถูกส่งกลับมายังทีมวิจัยในตอนเช้า
จากนั้น ทีมวิจัยใช้วิธีสุ่มเลือกนักศึกษาออกมา 468 คน เพื่อจ่ายเงิน 5 ดอลลาร์สำหรับคืนที่พวกเขาสามารถนอนหลับได้เกิน 7 ชั่วโมง เป็นเวลานาน 4 สัปดาห์ โดยตรวจสอบระยะเวลาการนอนหลับจากอุปกรณ์ที่สวมใส่
การทดลองพบว่า นักศึกษา 468 คนที่ได้รับข้อเสนอจ่ายเงิน 5 ดอลลาร์เพื่อให้นอนครบ 7 ชั่วโมง สามารถนอนถึงเป้าหมายได้มากกว่านักศึกษาอีก 380 คนที่ไม่ได้รับเงินถึงร้อยละ 26 โดยนักศึกษาที่ได้รับแรงจูงใจเป็นเงิน สามารถนอนเพิ่มขึ้น 19 นาทีต่อคืนในช่วงเปิดภาคเรียน
การศึกษาพบว่า ในกลุ่มนักศึกษาที่ได้รับเงิน มีผลการเรียนเกรดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 0.08 ในภาคการศึกษานั้น การศึกษาแสดงให้เห็นว่า การให้รางวัลเป็นเงินสามารถช่วยให้นักศึกษาบรรลุเป้าหมายการนอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมง โดยที่ผลดังกล่าวยังคงอยู่ต่อไปได้อีกประมาณ 1 เดือนหลังจากหยุดจ่ายเงิน
โอเชีย กุนเทลลา หนึ่งในทีมวิจัยบอกว่า ก่อนที่นักวิจัยจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เวลานอนเฉลี่ยของนักศึกษาอยู่ที่ 6.6 ชั่วโมงต่อคืน โดยครึ่งหนึ่งของนักศึกษาเข้านอนหลังตี 1 เป็นประจำ และ 1 ใน 4 เข้านอนหลังตี 2
โอเชียบอกว่า 2 ใน 3 ของนักศึกษาบอกว่า พวกเขานอนประมาณ 7 ชั่วโมงต่อคืน แต่ข้อมูลจากอุปกรณ์ติดตามพบว่า มีนักศึกษาเพียงประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นที่นอนถึงระดับดังกล่าว
ในสหรัฐอเมริกา คนวัยผู้ใหญ่ประมาณ 1 ใน 3 นอนหลับน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน ขณะที่ 2 ใน 3 ของวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวนอนหลับไม่ถึง 7 ชั่วโมงต่อคืนเป็นประจำ ซึ่งนักวิจัยด้านการนอนหลับเรียกการอดนอนว่า “พฤติกรรมเสี่ยงสูงที่พบมากที่สุด” เนื่องจากการนอนน้อย มีความเชื่อมโยงกับโรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ขณะที่การนอนหลับไม่เพียงพอยังส่งผลต่อการตัดสินใจอีกด้วย
นักวิจัยระบุว่า ผลการศึกษาชี้ว่า มหาวิทยาลัยควรพิจารณาสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นว่า ส่งเสริมหรือขัดขวางพฤติกรรมการนอนที่ดีอย่างไร และการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบบางอย่างอาจมีค่าใช้จ่ายไม่มาก และอาจคุ้มค่าที่จะทดลองควบคู่ไปกับมาตรการอื่นๆ ที่มุ่งช่วยนักศึกษาโดยตรง เช่น การปรับเปลี่ยนกำหนดเวลาส่งงาน และการจัดตารางเรียนที่ไม่เช้าจนเกินไป ซึ่งจะทำให้นักศึกษามีเวลานอนหลับได้มากขึ้น
“มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาเพียงไม่กี่แห่งที่มองว่า การนอนหลับเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อการศึกษา หรือถามว่าตารางเวลาและแรงจูงใจต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยสร้างขึ้นนั้นกำลังทำให้นักศึกษานอนหลับเพียงพอได้ยากขึ้นหรือไม่ ผลการศึกษาของเราชี้ว่า มหาวิทยาลัยควรหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้” โอเชียกล่าว
ที่มา
Researchers paid college students $5 a night to get more sleep. Then, their GPAs rose