“ขยะอาหาร” เป็นปัญหาใหญ่ที่แทบทุกประเทศกำลังเผชิญ ขณะที่ในแต่ละปี ทั่วโลกมีอาหารมากกว่า 1 พันล้านตันถูกทิ้งให้เป็นขยะในหลุมฝังกลบ และปล่อยก๊าซมีเทนที่ทำให้โลกร้อนในสัดส่วนร้อยละ 10 ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วทั้งโลก
การเปลี่ยนแปลงระบบจัดการขยะอาหารของเกาหลีใต้ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกาหลีใต้มีความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาขยะอาหารจากครัวเรือน จนมหานครนครนิวยอร์ก กำลังเริ่มนำแนวทางความสำเร็จของเกาหลีใต้มาปรับใช้
ในช่วงศตวรรษที่ 20 เกาหลีใต้เผชิญกับวิกฤตปัญหาขยะจากการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ขยะทุกประเภททั้งขยะอาหาร ขยะทั่วไป ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ ถูกนำมาทิ้งรวมกันในหลุมฝังกลบ โดยไม่มีการคัดแยก ส่งกลิ่นเหม็น ฝุ่น และน้ำเสียจากภูเขาขยะปนเปื้อนแหล่งน้ำธรรมชาติ จนส่งผลต่อสุขอนามัยของประชาชนอย่างรุนแรง
เกาหลีใต้เปลี่ยนแปลงการจัดการขยะอาหารมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ส่งผลให้อัตราการรีไซเคิลขยะอาหารของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.6 ในปี 1996 มาเป็นเกือบร้อยละ 97 ในปี 2023
"ถังขยะอัจฉริยะ" หรือ smart bins เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด โดยในปี 2025 ทั่วประเทศมีถังขยะอัจฉริยะที่ใช้งานอยู่ 151,934 ถัง รองรับครัวเรือนมากกว่า 8.61 ล้านครัวเรือน ซึ่งนอกจาก ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการย่อยสลายของขยะอาหารในหลุมฝังกลบแล้ว เศษอาหารเหล่านี้ยังสามารถนำไปผลิตพลังงานและช่วยลดความต้องการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลได้อีกด้วย
ส่วนวิธีใช้งานถังขยะอัจฉริยะ เพียงนำเศษผัก เปลือกผลไม้ อาหารที่กินไม่หมดไปยังจุดทิ้งขยะ แตะบัตรที่เครื่องสแกน เมื่อฝาถังเปิดขึ้น จะแสดงน้ำหนักของเศษอาหารบนหน้าจอ และคิดค่าธรรมเนียมการทิ้งขยะเข้าไปในบัญชีของครัวเรือน ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
“การได้เห็นน้ำหนักและค่าใช้จ่ายของขยะอาหารที่ผมทิ้ง ทำให้ผมตระหนักมากขึ้นว่าตัวเองกำลังทิ้งอาหารไปมากแค่ไหน” ซึงฮวาน ฮง หนึ่งในผู้ใช้บริการถังขยะอัจฉริยะกล่าว
ขยะอาหารที่รวบรวมจากผู้คนหลายล้านคนจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยถูกส่งเข้าสู่ถังปฏิกรณ์ชีวภาพ และใช้ก๊าซมีเทนจากการย่อยสลายเป็นเชื้อเพลิงในการเผาขยะ ช่วยป้องกันไม่ให้ก๊าซมีเทนที่ส่งผลต่อโลกร้อนถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ
ศูนย์พลังงานชีวภาพเมืองแทจอน สามารถนำขยะร้อยละ 70 ถึง 75 มาผลิตพลังงาน โดยสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในแต่ละวันให้ครัวเรือนในราว 6,000 ครัวเรือน และทั่วประเทศมีโรงงานลักษณะเดียวกันนี้มากกว่า 340 แห่ง โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมูลค่าประมาณ 2.3 แสนล้านวอน หรือราว 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2026
อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังมีความท้าทาย ต้นทุนในการดำเนินงานอยู่ในระดับสูง แม้ค่าธรรมเนียมจากครัวเรือนจะช่วยสมทบค่าใช้จ่ายในการดำเนินระบบ แต่รัฐบาลยังใช้งบประมาณมากกว่า 600,000 ล้านวอน หรือประมาณ 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการจัดการขยะของเทศบาล ซึ่งรวมถึงขยะอาหารด้วย