อุตสาหกรรม Medical Tourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ของเกาหลีใต้ในปีนี้เติบโตขึ้นมากกว่าร้อยละ 60 จากปีที่แล้ว โดยนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการมีทั้งกลุ่มที่มาด้วยเรื่องศัลยกรรมและความงาม ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันนออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวจากอีกหลายชาติ เดินทางมาเพื่อรับการรักษาอาการป่วยด้วยโรคร้ายแรง
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี รายงานว่า เดือนกรกฎาคม 2026 มีชาวต่างชาติใช้จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ไปกับบริการทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวม 2.13 แสนล้านวอน หรือราว 4.8 พันล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 66.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี เผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายเงินไปกับบริการทางการแพทย์ของเกาหลีใต้และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่า การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ กำลังมีบทบาทมากขึ้นต่อเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้
ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของชาวต่างชาติเกี่ยวกับโรคผิวหนังคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 54.9 ของการใช้จ่ายด้านการแพทย์ทั้งหมด ขณะที่ค่าใช้จ่ายการทำศัลยกรรมพลาสติกมีสัดส่วนร้อยละ 19.3 ขณะที่ คลินิกศัลยกรรมพลาสติกบางแห่งระบุว่า มีชาวต่างชาติเข้ารับบริการคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 70 ของลูกค้าทั้งหมด
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งเกาหลี เผยว่า ปัจจุบัน ความต้องการบริการทางการแพทย์ของชาวต่างชาติกำลังขยายไปสู่การรักษาเฉพาะทางที่หลากหลายขึ้น และมีผู้ป่วยหลากหลายสัญชาติมากขึ้น โดยในปี 2025 ชาวอเมริกันคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.1 ของผู้ป่วยต่างชาติที่มาเข้ารับการตรวจสุขภาพ ขณะที่มีนักท่องเที่ยวจากมองโกเลียและคาซัคสถานเป็นจำนวนมากที่เดินทางมาเพื่อรับการรักษาเฉพาะทางอื่นๆ
เจ้าหน้าที่ของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งเกาหลี บอกว่า เฉพาะการรักษาโรคร้ายแรงเพียงอย่างเดียว มีผู้ป่วยชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับการรักษาตัวที่เกาหลีใต้ตกราว 60,000–70,000 คนต่อปี
“ผู้ป่วยจากญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน สิงคโปร์ และไทย มักให้ความสนใจกับการรักษาด้านโรคผิวหนังและศัลยกรรมพลาสติก ขณะที่ผู้ป่วยจากคาซัคสถาน แคนาดา และมองโกเลีย มักเดินทางมาเกาหลีเพื่อรักษาโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง” เจ้าหน้าที่ของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งเกาหลีระบุ
แม้ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกรุงโซลเป็นหลัก โดยค่าใช้จ่ายของชาวต่างชาติเกี่ยวกับบริการทางการแพทย์ในเดือนกรกฎาคม อยู่ในกรุงโซลเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 86.8 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่เมืองใหญ่อย่าง ปูซาน มีสัดส่วนการใช้จ่ายดังกล่าวจากชาวต่างชาติเพียงร้อยละ 6.4 ซึ่งการกระจุกตัวดังกล่าว เป็นความท้าทายสำหรับรัฐบาลท้องถิ่นที่ต้องการนำการท่องเที่ยวรูปแบบนี้มาเป็นเครื่องมือดึงดูดนักท่องเที่ยวให้อยู่ในพื้นที่นานขึ้น และมีการใช้จ่ายกับธุรกิจท้องถิ่นมากขึ้น
ศาสตราจารย์ ยุน จีฮวาน จากสาขาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยคยองฮี บอกว่า ในทางปฏิบัติ แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะกระจายสถาบันทางการแพทย์ไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเมื่อสถาบันเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ในโซลอยู่แล้ว
เขาบอกว่า โซลสามารถเดินหน้าเพื่อมุ่งเน้นด้านศัลยแพทย์และหัตถการทางการแพทย์ต่อไป ขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควรเน้นไปที่ Wellness และการแพทย์แผนเกาหลี ซึ่งแนวทางนี้น่าจะเป็นวิธีที่เป็นไปได้จริงมากกว่าการพยายามกระจาย Medical Tourism ออกจากเมืองหลวง
ที่มา
Foreign patients spend more across Korea, but most money still flows to Seoul