รัฐบาลอังกฤษปัจจุบัน เป็นรัฐบาลจากพรรคแรงงานก็จริง แต่นโยบายจำนวนมากของรัฐบาลกลับเป็นการตัดงบประมาณ ไม่ได้ต่างจากรัฐบาลอเมริกันของ Donald Trump ซึ่งคนอังกฤษจำนวนมากก็เห็นดีเห็นงามด้วย
แน่นอน นี่อาจทำให้คนมึนงงกันไปหมดว่า ทำไมรัฐบาลที่ควรจะ "ซ้าย" ถึงมีนโยบายแบบนี้ แต่จะเข้าใจสภาพอังกฤษปัจจุบัน เราอาจต้องเข้าใจว่าจริงๆ อังกฤษนอกกรุงลอนดอนหน้าตาเหมือน "ประเทศโลกที่สาม" ดังที่นักเขียนชาวสก็อตแลนด์อย่าง Irvine Welsh ผู้เขียนนิยาย Trainspotting เคยได้บรรยายเอาไว้
มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? จริงๆ อังกฤษชนบทที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว จำนวนมาก "ยากจน" แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างเมืองสักเมืองหนึ่งที่เป็นปัญหาของอังกฤษทั้งประเทศตอนนี้ ก็คือ “กริมส์บี้" ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ประชากรเพียง 80,000 คนที่อยู่ในจังหวัดลินคอล์นเชียร์
เมืองนี้ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางการประมงของอังกฤษ แต่เมื่อปลาเริ่มร่อยหรอและเรือประมงอังกฤษไปทำประมงที่ทะเลเหนือไม่ได้ เมืองนี้ก็เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ จนอยู่ในสภาพปัจจุบันที่ผู้ใหญ่ในวัยทำงานในเมืองนี้กว่า 50% ไม่มีงานทำ และอยู่ด้วย "สวัสดิการรายได้" บางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการคนพิการ สวัสดิการคนตกงาน หรือสวัสดิการวัยรุ่นตกงาน ฯลฯ
คนเกินครึ่งของเมืองนี้อยู่ในบ้านของการเคหะอังกฤษ และมีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 70 ปีเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าอายุขัยเฉลี่ยของคนอังกฤษรวมๆ ซึ่งอยู่ที่ 82 ปีไปอย่างมหาศาลถึง 12 ปี
นี่คือพื้นที่ที่คนอังกฤษอยู่ด้วยเงินสวัสดิการมากที่สุด จนสื่อเมืองผู้ดีตั้งชื่อเล่นๆ ว่า "เมืองหลวงแห่งการไม่ทำงาน" ของอังกฤษ
ที่ใช้คำว่า "ไม่ทำงาน" แทนที่จะให้คำว่า "ตกงาน" ก็เพราะว่า คนในเมืองนี้ไม่มีวัฒนธรรมการทำงานมายาวนานแบบข้ามรุ่น เด็กที่โตมาในเมืองนี้ถ้าไม่เคยเห็นพ่อแม่ทำงานเลยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และว่ากันว่าบางครอบครัวไม่ทำงานกันมา 3-4 รุ่นด้วยซ้ำ หรือพูดอีกแบบ มันคือเมืองที่ "มีวัฒนธรรมการอยู่แบบไม่ทำงานและกินสวัสดิการไปวันๆ" โดยย่านที่โด่งดังและเสื่อมโทรมของเมืองนี้ คือ ย่าน East March ซึ่งว่ากันว่าเป็นย่านที่มี "อัตราตกงานของวัยรุ่น" สูงกว่าที่ใดทั้งสิ้นในอังกฤษ และเป็นหนึ่งในย่านที่ยากจนที่สุดในอังกฤษด้วย
สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า อุตสาหกรรมที่สร้างการจ้างงานในเมืองค่อยๆ หายไปช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ทำให้คนในเมืองตกงาน แต่พอมีสวัสดิการคนว่างงานที่ดี คนก็เลยไม่ขวนขวายทำงาน อาศัยอยู่ที่เดิม เลยทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองของคนตกงานไป
และจะบอกว่า "ไม่มีงาน" ก็ไม่ได้ด้วย เพราะจริงๆ ในเมือง ก็มีประกาศสมัครงานบ้าง แต่ประเด็น คือ ไม่มีใครอยากไปสมัครงาน เพราะคนอยู่ด้วยเงินสวัสดิการแบบไม่ต้องทำงานจนชินแล้ว
จริงๆ กริมส์บี้ได้ฉายาว่าเป็นเมืองที่แย่ที่สุดในอังกฤษมาเป็นทศวรรษแล้ว และจริงๆ คนอังกฤษก็มองสิ่งที่เกิดในเมืองนี้เป็นเรื่องขำขันมานาน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ช่วงหลังๆ เมืองชนบทจำนวนมากในอังกฤษดำเนินรอยตามกริมส์บี้ไปติดๆ โดยในอังกฤษมีเมืองอย่างแบล็คพูล และเบิร์คเค็นเฮด ส่วนสก็อตแลนด์ ก็มีเมืองอย่างดรูมชาเปล และแอร์เชียร์ เป็นต้น
พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าพูดถึงปัญหาสวัสดิการของอังกฤษ คนอังกฤษไม่ได้ประหลาดใจว่ามันมีที่มาจากไหน และทำไมเงินสวัสดิการไม่พอ คำตอบก็เป็นไปตามที่สื่ออังกฤษรายงานอยู่บ่อยๆ ว่า มันมีเมืองบ้านนอกหลายๆ เมืองที่คนแทบทั้งหมดไม่ทำมาหากินและรับเงินสวัสดิการไปวันๆ และเมืองพวกนี้แหละที่เป็นตัวดูดเงินภาษีที่ประชาชนที่ทำงานจ่ายให้รัฐเอาไปใช้
และนี่ก็เลยนำมาสู่การพยายาม "ปฏิรูประบบสวัสดิการ" ของรัฐบาลแรงงานชุดปัจจุบัน
แน่นอน การฏิรูป สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service หรือ NHS) เป็นสิ่งที่คนอังกฤษรอคอย เพราะถ้าอ่านข่าวอังกฤษช่วงหลังๆ คนจะบ่นมากว่าบริการด้านสุขภาพของรัฐแย่ลงเรื่อยๆ ในทุกด้าน คิวยาวเฟื้อย บริการก็แย่ลง ทั้งหมดเพราะงบไม่พอ และในภาวะที่รายได้รัฐเพิ่มขึ้นไม่ได้ การตัดงบด้านหนึ่งมาเพิ่มอีกด้านก็เป็นหนทางเดียว
และนี่ก็นำเรากลับมาที่กริมส์บี้ จริงๆ ถ้าจะมี "ความเชี่ยวชาญ" ของเมืองนี้สักอย่าง มันก็อาจเป็นเรื่องการหาเรื่องเคลมสวัสดิการของรัฐ เพราะคนในเมืองนี้ไม่ทำงานกันมานาน แต่เชี่ยวชาญว่าจะหาความเจ็บป่วยอะไรไปเคลมเงินช่วยเหลือรายเดือนจากรัฐได้ และสิ่งที่ฮิตกันต่างๆ ก็คือ การอ้าง "ปัญหาสุขภาพจิต" ว่าทำให้ทำงานไม่ได้ หรือพูดอีกแบบ ถ้าถูกแพทย์วินิจฉัยว่ามีการเจ็บป่วยทางจิตระดับทำงานไม่ได้ ก็จะสามารถกินเงิน "สวัสดิการคนพิการ" จากรัฐไปตลอดชีวิต และคนกริมส์บี้ไม่น้อยก็ทำแบบนั้น
กลับมาที่รัฐบาลปัจจุบัน ที่ล่าสุดตัดสินใจแล้วว่า จะทำการตัด "สวัสดิการคนพิการ" สำหรับคนที่พิการเล็กน้อยแต่แพทย์วินิจฉัยว่าทำงานไม่ได้ เพราะคนใช้ข้ออ้างนี้ในการเคลมสวัสดิการเยอะเหลือเกิน
คำถามคือ คนที่ "พิการ" ระดับทำงานไม่ได้จริงๆ มีมั้ย? คำตอบ คือ มีแน่ แต่ตอบไม่ได้ว่าเป็นสัดส่วนแค่ไหนของคนที่จริงๆ แล้วทำงานได้ แต่ก็นอนกินเงินสวัสดิการส่วนนี้ไปเรื่อยๆ และสิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันทำ คือ พยายามตัดสวัสดิการส่วนนี้ไปทั้งแถบเลย เพราะถือว่ามีคน "ฉวยโอกาส" จากการมีสวัสดิการนี้เยอะ
นี่เลยทำให้ตอนนี้คนอังกฤษเริ่มตีกันว่า จริงๆ รัฐบาลควรจะทำอย่างไร ฝ่ายซ้ายไปเลยก็จะด่ารัฐบาลว่าทำไมไม่เก็บภาษีคนรวยแทนที่จะมาตัดสวัสดิการคนพิการ ส่วนคนพิการขวาๆ หน่อยก็จะด่าว่ารัฐควรจะตัดสวัสดิการของพวกวัยรุ่นที่ไม่ทำมาหากินตามบ้านนอก บีบให้พวกนี้ออกไปทำงาน แทนที่จะมาตัดสวัสดิการของคนพิการที่ตามหลักการมันควรจะมี
ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาโลกแตกของอังกฤษ ประเทศที่ระบบรัฐสวัสดิการเคยดีเยี่ยมน้องๆ ยุโรป แต่ปัจจุบันทุกอย่างกำลังผุพังลง และหน้าที่ของรัฐบาลในทางปฏิบัติไม่ใช่การซ่อมแซมและทำนุบำรุงระบบสวัสดิการอีกแล้ว แต่เป็นการเลือกทำลายสวัสดิการบางอย่างเพื่อสังเวยให้สวัสดิการอื่นยังดำเนินต่อไปได้
อ้างอิง
‘They get benefits for doing nothing’: The town that sums up Britain’s youth worklessness crisis
The UK port town with a higher percentage of jobless Britons than anywhere else
Britain's most workless place where more than half of adults are on benefits and life expectancy is 12 years below average is revealed
Everywhere outside of London is like a third world country, says Irvine Welsh
In Defense of Grimsby, the ‘Worst Place in the UK to Be a Man’
Grimsby