Skip to main content

 

ร้านกาแฟหลายแห่งตามเมืองใหญ่ของยุโรป ห้ามลูกค้านำคอมพิวเตอร์แล็บท็อปเข้ามานั่งแช่เพื่อทำงาน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เนื่องจากการจับจองโต๊ะเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้ลูกค้ารายอื่นๆ ไม่มีที่นั่ง และส่งผลให้ร้านสูญเสียรายได้

Black Sheep Coffee ร้านกาแฟยอดนิยมในเมืองรีดดิ้งของอังกฤษ ออกกฎห้ามนำคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปและแท็บเล็ตเข้ามาในร้านในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เนื่องจากถูกตำหนิจากลูกค้าจำนวนมากเรื่องการไม่มีโต๊ะนั่ง โดยขึ้นป้ายห้ามนำคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตเข้ามาในร้านตั้งแต่เที่ยงวันของวันศุกร์ไปจนถึง 19.00 น.ของวันอาทิตย์

มาตรการของร้าน มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น ชาวเมืองรีดดิ้งรายหนึ่งบอกว่า “คนที่ใช้ร้านกาแฟเพื่อการเรียน จะซื้อกาแฟแค่แก้วเดียวแล้วนั่งยาวไปสามสี่ชั่วโมง” ขณะที่มีคนค้านว่า “ฉันเข้าใจคนที่อยากมานั่งเม้าท์มอยเป็นชั่วโมงๆ แต่กับนักศึกษาล่ะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสถานที่ดีๆ สำหรับอ่านหนังสือหรือว่ามีห้องสมุดอยู่ทั่วไปหมด”

การที่ร้านกาแฟออกกฎห้ามนำคอมพิวเตอร์เข้ามาในร้าน ไม่ใช่เรื่องใหม่ของสหราชอาณาจักร เมื่อปีที่แล้ว ร้านกาแฟในแคนเทอร์บิวรี ห้ามการนำแล็ปท็อปเข้ามาในร้าน หลังจากที่มีคนทำงานซึ่งทำงานจากระยะไกลเข้ามานั่งประชุมออนไลน์ในร้านนานหลายชั่วโมงโดยสั่งกาแฟแก้วเดียว และบอกให้ลูกค้ารายอื่นๆ ของร้านไม่ให้ส่งเสียงดังรบกวนการประชุม

เจ้าของร้าน Fringe&Ginge บอกว่า คนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นั้นทำลายบรรยากาศของร้านกาแฟ และเมื่อเริ่มห้ามการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาในร้านในเดือนพฤษภาคม 2024 ลูกค้าในร้านก็เริ่มพูดคุยกันมากขึ้นและบรรยากาศของการเป็นชุมชนก็เกิดขึ้น  

อัลฟี เอ็ดวาร์ดส์ เจ้าของร้านกาแฟรายหนึ่งบอกว่า การห้ามนำคอมพิวเตอร์แล็บท็อปเข้ามาในร้าน เป็นการตัดสินใจที่ยาก แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก

“ผมคิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในวิธีการทำงานของผู้คน พวกเราเคยมีประสบการณ์ที่แย่มากๆ กับคนเหล่านี้ ที่บอกให้เราปิดเพลง เพราะว่าพวกเขากำลังประชุมออนไลน์อยู่” อัลฟีกล่าว

แต่เมื่อออกกฎห้ามนำคอมพิวเตอร์เข้าร้าน บรรยากาศของร้านกาแฟก็เปลี่ยนไป อัลฟีบอกว่า เป็นสิ่งที่ดีมากที่ลูกค้าในร้านซึ่งก่อนหน้านี้ดูเหมือนคนแปลกหน้า เริ่มกลับมาคุยกันตามปรกติ

คริส แชปลิน เจ้าของร้านกาแฟ Milk&Bean บอกว่า การที่ลูกค้าเอาคอมพิวเตอร์มานั่งทำงานในร้านไม่ใช่อุดมคติของเขา เพราะหมายถึงการหมุนเวียนของลูกค้าจะน้อย และการจ่ายเงินซื้อเครื่องดื่มก็น้อย เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์มาด้วย เขากล่าวว่า การเอาคอมพิวเตอร์มานั่งทำงานที่ร้าน ยังทำให้บรรยากาศของร้านกาแฟซบเซาอีกด้วย

ขณะที่ เดอะคอลเล็กทีฟ  ร้านกาแฟอีกรายหนึ่ง ซึ่งห้ามการใช้คอมพิวเตอร์ในร้านช่วง 11.30 น.ถึง 13.30 น.ในวันทำงานปรกติ และห้ามใช้คอมพิวเตอร์ที่ร้านในวันเสาร์อาทิตย์

อเล็กซ์ มิดเดลตัน เจ้าของเดอะคอลเล็กทีฟ บอกว่า ลูกค้าที่มาพร้อมคอมพิวเตอร์แล็บท็อปนั้น “ค่อนข้างจะจ่ายน้อย” แต่ “ค่อนข้างที่จะนั่งนาน”

อเล็กซ์บอกว่า นโยบายของร้านคือ การหาสมดุลที่จะไม่ทำให้ร้านต้องเสียรายได้ เขาบอกว่า สำหรับร้านกาแฟขนาดเล็ก จำเป็นต้องทำให้มีการหมุนเวียนของลูกค้าให้มาก และไม่อาจให้ลูกค้ายึดโต๊ะเอาไว้นานๆ แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะหยาบคายกับลูกค้าที่นำเอาคอมพิวเตอร์มาในร้านด้วยเช่นกัน

นอกจากสหราชอาณาจักรแล้ว ร้านกาแฟในเมืองใหญ่อื่นๆ ของยุโรปก็มีประสบการณ์ในแบบเดียวกันจากบรรดา “ดิจิทัลโนแมด” ทั้งที่ปารีส บาร์เซโลน่า และเบอร์ลิน โดยเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “ผู้ตั้งรกรากด้วยแล็บท็อป”

ราเชล เลนซ์ เจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเมืองบาร์เซโลน่า บอกว่า สถานการณ์ที่ร้านนั้นอยู่เหนือการควบคุม

“เราเคยมีลูกค้าที่สั่งเอสเพรสโซแก้วเดียว แล้วนั่งยาวไป 8 ชั่วโมง มีลูกค้าที่บอกให้ทางร้านลดเสียงเพลงลงเพราะพวกเขากำลังประชุมออนไลน์ หรือกระทั่งลูกค้าที่เอากล่องข้าวกลางวันเข้ามากินในร้าน” ราเชลกล่าว

มีร้านกาแฟหลายแห่งในสเปน ซึ่งเป็นที่นิยมของเหล่าดิจิทัลโนแมดที่ห้ามนำคอมพิวเตอร์แล็บท็อปเข้าร้าน ขณะที่ร้านกาแฟตามเมืองต่างๆ ในยุโรป มีการคิดค่าบริการรายชั่วโมงสำหรับคนที่ต้องการสิทธิพิเศษในการใช้คอมพิวเตอร์แล็บท็อปเพื่อทำงาน


อ้างอิง
UK Cafe Bans Customers From Bringing Their Laptops In On Weekends
Popular coffee chain bans university students from studying in one of its shops after complaints their marathon revision sessions take up too much space