Skip to main content

 

คุณยาย คิม จองจา ในชุดครุยสีน้ำเงิน เป็นนักศึกษาอายุมากที่สุดของเกาหลีใต้ของปี 2026 ที่รับปริญญาสาขาสวัสดิการสังคม ของมหาวิทยาลัยสตรีซุกมยอง ในกรุงโซล ด้วยวัย 85 ปี

คุณยายเกิดในปี 1941 ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเติบโตในช่วงที่เกิดสงครามเกาหลี คุณยายและพี่น้อง 8 คน ต้องอพยพหนีภัยสงครามไปอยู่ที่เกาะคอเจ ซึ่งเป็นเกาะใหญ่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองปูซาน

เช่นเดียวกับผู้หญิงส่วนใหญ่ในยุคนั้น การศึกษายังคงเป็นความฝันอันห่างไกล คุณยายเล่าว่า ในสมัยนั้น เด็กผู้หญิงไม่มีโอกาสจะได้เรียนหนังสือ และคุณยายต้องทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา ทั้งทำงานในบ้านคนอื่น ทำงานในโรงงานทำกล่องข้าว และที่โรงอาบน้ำสาธารณะ

“ฉันทำงานจนเล็บมือสึกไปหมด ฉันทำงานอะไรก็ได้ที่มีคนจ่ายเงินให้” คุณยายเล่า

หลังจากทำงานหนักมาตลอดชีวิตเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและลูกทั้งสามคน คุณยายต้องทุกข์ทรมานกับกระดูกสันหลังที่คดงอ และต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง

จุดเปลี่ยนของคุณยายเกิดขึ้นในช่วงวัย 78 ปี ในวันที่คุณยายไปส่งลูกสาวที่สนามบิน และไม่สามารถอ่านป้ายบอกประตูขึ้นเครื่องได้ ความอับอายนั้นยังติดค้างอยู่ในใจ ไม่นานหลังจากนั้น ระหว่างไปโรงพยาบาลกระดูกสันหลังในช่วงฤดูร้อน คุณยายได้รับแจกพัดกระดาษที่มีโฆษณาโรงเรียนสอนอ่านเขียนสำหรับผู้ใหญ่จากถนนด้านหน้าโรงพยาบาล ไม่กี่เดือนต่อมา คุณยายก็สมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนนั้น

จากจุดนั้น ชีวิตของคุณยายก็ผลิบานอีกครั้ง เธอเรียนการอ่านและเขียน จนสำเร็จหลักสูตรระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย และเป็นผู้เข้าสอบที่มีอายุมากที่สุดของการสอบวัดความสามารถทางวิชาการระดับวิทยาลัย (CSAT) ประจำปีการศึกษา 2024 ในที่สุด เธอได้เข้าเรียนระดับอนุปริญญาสาขาสวัสดิการสังคม ที่สถาบันการศึกษาเพื่ออนาคต ของมหาวิทยาลัยสตรีซุกมยองในปี 2024 สานความฝันตลอดชีวิตที่จะได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกับที่หลานสาวของคุณยายจบมา

ตลอดสองปีของการเรียนในมหาวิทยาลัย คุณยายต้องอดทนกับอาการปวดหลังเรื้อรัง และการเดินทางไปเรียนใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เพื่อให้ทันเข้าเรียน 9 โมงเช้า คุณยายจึงต้องออกจากบ้านก่อนฟ้าสางสัปดาห์ละ 3 วัน

“ช่วงสองสามเดือนแรกยากมาก ฉันฟังไม่เข้าใจว่าอาจารย์พูดอะไร แต่พอถึงช่วงปิดเทอมแรก ฉันก็เริ่มตามทัน ฉันขีดเส้นใต้ส่วนสำคัญ และคัดลอกทุกอย่างด้วยมือเมื่อกลับถึงบ้าน” คุณยายคิมเล่า

เนื่องจากพิมพ์คอมพิวเตอร์ไม่ได้ คุณยายจึงเขียนรายงานส่งอาจารย์ด้วยลายมือ เธอบอกว่า กว่าจะเขียนรายงานเสร็จแต่ละฉบับใช้เวลาทั้งวัน แต่คุณยายบอกว่า ไม่อยากขาดเรียนเลยสักคาบเดียว

ที่มหาวิทยาลัย คุณยายจะกินอาหารเช้าและอาหารเที่ยงในห้องเรียนกับเพื่อนร่วมชั้น เพราะไม่สะดวกที่จะเดินไปโรงอาหาร ส่วนหนังสือเรียนจะมี 2 ชุด ชุดหนึ่งอยู่ที่บ้าน และอีกชุดอยู่ที่มหาวิทยาลัย เนื่องจากการแบกเป้ที่มีหนังสือเรียนไปมาระหว่างบ้านกับมหาวิทยาลัย จะทำให้คุณยายปวดหลังมาก นักศึกษารุ่นน้องมักช่วยถือกระเป๋าเป้ และเดินไปส่งสถานีรถไฟใต้ดิน หรือช่วยเรียกแท็กซี่ให้หลังเลิกเรียนตอนเย็น คุณยายบอกว่า เธอจะจดจำน้ำใจเหล่านี้ตลอดไป

คุณยายคิม ได้รับเสียงปรบมือดังก้องหอประชุมมหาวิทยาลัย ตอนที่ขึ้นรับอนุปริญญาสาขาสวัสดิการสังคม และกลายเป็นผู้ได้รับปริญญาที่มีอายุมากที่สุดของเกาหลีในปีนี้ คุณยายบรรลุเป้าหมายนี้หลังจากที่เริ่มต้นจับดินสอเพื่อเรียนการอ่านเขียนเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

“ช่วงเวลานี้เกิดขึ้นได้เพราะทุกสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ที่นี่  และเพราะเพื่อนๆ ร่วมชั้นที่ให้กำลังใจฉันเคียงข้างกันมา” คุณยายคิมกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความซาบซึ้งใจระหว่างกล่าวสุนทรพจน์

“ฉันคิดว่า การเรียนให้เข้าใจอย่างถูกต้องมันดีกว่า มีบางครั้งที่ฉันเองก็ต้องได้รับความช่วยเหลือด้านสวัสดิการ ฉันจึงอยากเข้าใจมัน” คุณยายกล่าว

คุณยายยังคงเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เธอกำลังเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้พูดคุยกับหลานๆ ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เป้าหมายนี้ทำให้จิตใจของคุณยายยังคงกระฉับกระเฉงไม่ต่างจากคนที่ยังอ่อนเยาว์ และคุณยายกำลังวางแผนที่จะเรียนต่อในหลักสูตรสวัสดิการเด็ก ของมหาวิทยาลัยซุกมยอง เพื่อให้ได้ปริญญาตรี

“ฉันอยากนำความหวัง แม้เพียงเล็กน้อย ไปสู่เด็กๆ ที่ใช้ชีวิตในสถานการณ์ยากลำบาก  ฉันไม่รู้ว่าสุขภาพจะเอื้ออำนวยหรือไม่ แต่ฉันจะยังจับดินสอต่อไป จนกว่าวันที่สวรรค์จะเรียกฉันกลับไป” คุณยายคิมกล่าว


ที่มา
At 85, Korea’s oldest college graduate this year proves it’s never too late to learn