หลายประเทศกำลังเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งจากพายุขนาดใหญ่ที่เกิดถี่ขึ้น ปริมาณฝนที่ตกหนักขึ้น การเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งล้วนแต่สามารถสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และบ้านเรือน
ฤดูกาลที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติจากฝนตกหนักที่กำลังใกล้เข้ามานี้ ทำให้ประเทศญี่ปุ่นริเริ่มให้ประชาชนจัดทำ “แผนอพยพ” สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ที่เรียกว่า “My Timeline”
แผนอพยพนี้ จะมีการระบุขั้นตอนการปฏิบัติในภาวะฉุกเฉินไว้อย่างเป็นลำดับ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะกับ “ผู้สูงอายุ” ที่อาจต้องใช้เวลาในการอพยพมากกว่าคนทั่วไป รวมถึงการสร้างความเข้าใจในเรื่อง “สวิตช์อพยพ” ที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจที่จะอพยพด้วยตัวเองก่อนที่จะเกิดอันตราย
คาโอริ โมริโนะ จาก มูลนิธิเพื่อการสื่อสารและการจัดการลุ่มน้ำอย่างบูรณาการ ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนไม่แสวงผลกำไรในกรุงโตเกียว อธิบายว่า My Timeline เป็นการกำหนดแนวทางปฏิบัติพื้นฐานตามลำดับเวลาเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยเป็นแผนที่ทำร่วมกับคนในครอบครัวหรือกับคนที่จะมาให้ความช่วยเหลือในการอพยพ เช่น ในกรณีที่ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากพายุไต้ฝุ่น หากเตรียมแผนไว้ล่วงหน้า ก็จะช่วยให้สามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้โดยไม่แตกตื่นหรือตกใจ
คาโอริบอกว่า ขั้นแรก ควรใช้แผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยที่หน่วยงานท้องถิ่นเผยแพร่ เพื่อตรวจสอบว่า บ้านของเราอาจถูกน้ำท่วมลึกเพียงใด และน้ำอาจท่วมขังนานแค่ไหน จากนั้นจึงพิจารณาว่า ควรเตรียมพร้อมอะไรบ้าง เช่น หากมียาที่ต้องกินเป็นประจำ ก็ควรไปพบแพทย์ล่วงหน้าและเตรียมยาสำรองไว้
คาโอริบอกว่า โดยทั่วไป คนที่อายุมากก็ยิ่งมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการอพยพมากขึ้น เช่น การเลือกศูนย์พักพิง ควรตรวจสอบอย่างละเอียดว่าศูนย์พักพิงเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่ มีลิฟต์หรือห้องน้ำแบบนั่งชักโครกหรือไม่ หากรู้สึกว่า การใช้ชีวิตในศูนย์พักพิงสาธารณะเป็นเรื่องยาก ก็ควรพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น ไปพักกับคนรู้จักหรือเข้าพักในโรงแรม
ในกรณีที่ผู้สูงอายุอพยพด้วยตัวเองได้ลำบาก ก็ควรระบุไว้ในแผนว่า จะติดต่อเพื่อนบ้านหรือญาติที่อยู่ใกล้เคียงเมื่อใด และควรพูดคุยกับผู้ที่จะขอความช่วยเหลือเอาไว้เป็นการล่วงหน้าก่อน คาโอริบอกว่า เมื่ออายุมากขึ้น ในแต่ละวันสภาพร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น การทบทวนแผนอพยพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
นอกจากการจัดทำแผน My Timeline แล้ว เค็นสุเกะ ทาเคโนะอุจิ รองศาสตราจารย์ด้านการศึกษาการป้องกันภัยพิบัติแห่งมหาวิทยาลัยคางาวะ บอกว่า การทำความเข้าใจแนวคิดเรื่อง “สวิตช์อพยพ” ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน ซึ่งคำนี้หมายถึง จังหวะเวลาที่ตัดสินใจว่าควรเริ่มอพยพ
รองศาสตราจารย์เค็นสุเกะ บอกว่า สิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้เปิด "สวิตช์อพยพ" อาจสังเกตจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น แม่น้ำใกล้บ้านเริ่มมีท่าทีว่าจะเอ่อล้น หรือข้อมูลอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ เช่น คำสั่งอพยพ ซึ่งหากมีการประกาศเตือนภัยระดับ 3 ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือควรเริ่มการอพยพ เนื่องจากผู้สูงอายุอาจต้องใช้เวลาในการอพยพที่มากกว่า และควรออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติทันที
รองศาสตราจารย์เค็นสุเกะ บอกด้วยว่า ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรสังเกตลักษณะภูมิประเทศในพื้นที่ในช่วงเวลาปกติ เช่น ระหว่างออกไปเดินเล่น และคิดล่วงหน้าไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงแบบใดควรตัดสินใจเปิด “สวิตช์อพยพ” หรือหากเกิดฝนตกหนักฉับพลันจนแม่น้ำขนาดเล็กหรือขนาดกลางล้นตลิ่ง เมื่อรู้สึกว่า มีบางอย่างผิดปกติก็ควรเปิดสวิตช์อพยพของตัวเองโดยไม่ลังเล