ภาพกลุ่มนักศึกษาที่นั่งรวมกันในบาร์ สั่งโค้กซีโร่กระป๋องกับเครื่องดื่มค็อกเทลแอลกอฮอล์ต่ำเพียงแก้วเดียวแล้วเทแบ่งกัน กลายเป็นเรื่องปกติที่ชินตาไปแล้วสำหรับเจ้าของร้านเหล้าในเกาหลีใต้ทุกวันนี้
ปัจจุบัน ความถี่ในการดื่มแอลกอฮอล์ในหมู่คนรุ่นใหม่เจน Z ของเกาหลีใต้ลดลงอย่างมาก ขณะที่แนวโน้มการดื่มก็โน้มเอียงไปทางเครื่องดื่มดีกรีที่เบาลง ทำให้คราฟต์เบียร์แอลกอฮอล์ต่ำ รวมถึงเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ชนิดต่างๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น และกำลังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการดื่มแบบดั้งเดิมของเกาหลี
คิม จูฮี พนักงานบริษัทในวัย 30 ปี บอกว่า ชีวิตการทำงานของมนุษย์ออฟฟิศในเกาหลี แยกไม่ออกจากการดื่มแอลกอฮอล์ เธอเล่าว่า งานเลี้ยงของบริษัทมักยืดยาว และคาดหวังเรื่องการไปดื่มต่อที่ร้าน การไปทำงานในเช้าวันรุ่งขึ้นพร้อมอาการเมาค้าง จึงแทบเป็นเหมือนภาพติดตัวของความเป็นรุ่นพี่
“นั่นเคยเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้บรรยากาศเปลี่ยนไปหมดแล้ว ถ้าใครมาอวดว่า คืนก่อนดื่มหนักแค่ไหน หรือนั่งดื่มนานเท่าไร กลับทำให้รู้สึกเหมือนว่า เป็นคนที่ไม่ค่อยคิดอะไร หรือเหมือนคนที่ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาในชีวิตยังไง” จูฮีบอก
จูฮีบอกว่า เธอยังคงดื่มเป็นครั้งคราว แต่สิ่งที่เธอไม่ทำอีกแล้ว คือ การดื่มเพราะหน้าที่ เพราะความคาดหวัง หรือดื่มเพราะแรงกดดันทางสังคม ที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ “การปฏิเสธการดื่ม เป็นเหมือนการปฏิเสธผู้คน” เธอบอกว่า ตอนนี้ดื่มเพราะอยากดื่มจริงๆ ไม่ใช่ดื่มเพราะถูกบังคับ
ธรรมเนียมการสังสรรค์หลังเลิกงานแบบกึ่งบังคับในเกาหลีใต้ หรือ “ฮเวชิก” ที่ปฏิบัติต่อกันมายาวนานเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ลดความตึงเครียดจากการทำงาน และสร้างความสามัคคีในองค์กร เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโควิด-19 เมื่อข้อผูกมัดเหล่านั้นเริ่มคลายตัว เสรีภาพในการ “ไม่ดื่ม” ก็ขยายตัวตามไปด้วย
จูฮีบอกว่า คนเจน Z ใส่ใจกับการดูแลตัวเองมากกว่าคนรุ่นก่อน และมองว่า อาการเมาค้างทำให้เสียเวลา โดยเฉพาะกับคนรุ่นที่ต้องแบ่งเวลาระหว่างการหารายได้เสริม การเข้ายิม และการติดตามคุณภาพการนอนหลับ ทำให้ “เวลา” กลายเป็นทรัพยากรมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ
หน่วยงานป้องกันและควบคุมโรคของเกาหลีใต้ เผยว่า ในปี 2024 ร้อยละ 56 ของชาวเกาหลีที่อายุระหว่าง 19 ถึง 29 ปี ระบุว่า พวกเขาไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย หรือดื่มไม่เกินเดือนละครั้ง นับเป็นสัดส่วนสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2005 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 37.9 โดยสัดส่วนดังกล่าวเกินร้อยละ 50 เป็นครั้งแรกในช่วงการระบาดของโควิดเมื่อปี 2020 โดยที่ตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสการดูแลสุขภาพอย่าง Sober Curious ที่ตั้งคำถามง่ายๆ กับบทบาทของแอลกอฮอล์ในชีวิตทางสังคมว่า เราจะสนุกหรือเข้าสังคมโดยที่ไม่ต้องดื่มเหล้าหรือแอลกอฮอล์ได้หรือไม่? ควบคู่กับกระแส Healthy Pleasure ที่เน้นสุขภาวะโดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งความสุข ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีในหมู่คนหนุ่มสาวชาวเกาหลี
ในบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงนี้ แอลกอฮอล์จึงถูกมองว่า ไม่เพียง “ไม่จำเป็น” แต่ยังรบกวนการนอน ทำลายตารางการฝึกร่างกาย และดูดกลืนพลังงานที่คนรุ่นใหม่พยายามรักษาไว้
แนวโน้มการดื่มแอลกฮอล์ที่ลดลงนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก เช่น ที่ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และที่อื่นๆ
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ธุรกิจร้านอาหารและสถานบันเทิงในเกาหลีใต้เริ่มมีการปรับตัว บาร์และร้านอาหารที่เคยพึ่งพาแอลกอฮอล์เป็นแหล่งรายได้หลัก เริ่มทดลองขายเครื่องดื่มค็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ เบียร์แอลกฮอล์ต่ำ และน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาล เพื่อรักษาระดับการใช้จ่ายต่อโต๊ะ แม้ลูกค้าจะไม่มีการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ตาม
ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ในเกาหลีใต้ ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Euromonitor บริษัทวิจัยด้านการตลาดเผยว่า ตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ของเกาหลีใต้เติบโตขึ้นร้อยละ 55.2ภายในเวลาเพียง 2 ปี มูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 41.5 พันล้านวอนในปี 2021 เป็น 64.4 พันล้านวอนในปี 2023 และคาดว่า จะเพิ่มขึ้นเป็น 94.6 พันล้านวอนภายในปี 2027
ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่นๆ เองก็เริ่มลดปริมาณแอลกอฮอล์ลงเช่นกัน โดยเฉพาะ โซจูแบรนด์หลักๆ ต่างพากันลดระดับแอลกอฮอล์ลงจากเดิม
สิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นในเกาหลีใต้ ไม่ใช่วัฒนธรรม “การไม่ดื่ม” แต่เป็นวัฒนธรรมที่คนรุ่นใหม่มี “ทางเลือก” แอลกอฮอล์ยังคงอยู่และเข้าถึงได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “สมมติฐาน” ที่ผู้คนมีต่อมัน และกำลังกลายเป็นเรื่องที่เฉพาะตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
ที่มา
Drinking no longer default for Korea’s Gen Z