Skip to main content

 

รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐอเมริกา ทดลองโครงการนำร่องให้คนไร้บ้านสามารถนำ “สัตว์เลี้ยงและสุนัข” ของพวกเขาเข้าพักด้วยได้ในศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน พบว่า คนไร้บ้านมีแนวโน้มยินดีที่จะเข้าพักในศูนย์พักพิงของรัฐมากขึ้น

สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและชุมชน ของรัฐแคลิฟอร์เนีย เริ่มโครงการนำร่อง Pet Assistance and Support Program ขึ้นในปี 2019 โดยมีเป้าหมายทำให้ศูนย์พักพิงคนไร้บ้านเอื้อต่อคนไร้บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะสุนัข เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องเลือกระหว่างการเข้าพักในศูนย์พักพิงกับการทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงที่รักของตัวเอง

โครงการนำร่องดังกล่าว ได้จัดสรรงบประมาณให้องค์กรต่างๆ 37 แห่งทั่วทั้งรัฐ รวม 15.75 ล้านดอลลาร์ หรือตกราว 520 ล้านบาทในช่วงปี 2020 ถึง 2024 เงินสนับสนุนดังกล่าวช่วยให้ศูนย์พักพิงคนไร้บ้านสามารถสร้างคอกสุนัขหรือพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง จัดหาอาหารและอุปกรณ์ รวมถึงให้บริการดูแลพื้นฐานกับสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น นอกจากนี้ ยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและประกันภัยที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานศูนย์พักพิงที่รองรับสัตว์เลี้ยง

ศาสตราจารย์ เบนจามิน เฮนวูด ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสังคมและสุขภาพ จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ร่วมกับ สถาบันวิจัยนโยบายคนไร้บ้าน ภายใต้สังกัดของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ประเมินโครงการดังกล่าวของรัฐแคลิฟอร์เนีย และ My Dog Is My Home องค์กรไม่แสวงหากำไรที่สนับสนุนที่อยู่อาศัยและบริการที่รองรับสัตว์เลี้ยงสำหรับคนไร้บ้าน และสมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ในสหรัฐอเมริกา

ศาสตราจารย์ เบนจามิน เผยว่า โครงการนี้ช่วยให้คนไร้บ้านจำนวน 4,407 คนสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของพวกเขาควบคู่กับการได้รับความช่วยเหลือ หลายคนเข้าพักในศูนย์พักพิงโดยที่สัตว์ได้รับการดูแลสุขภาพที่จำเป็นจากสัตวแพทย์ และพบว่า มีคนไร้บ้านถึง 886 คนที่สามารถย้ายเข้าสู่ที่อยู่อาศัยถาวรพร้อมสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นอัตราความสำเร็จที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนไร้บ้านในรัฐแคลิฟอร์เนีย

ศาสตราจารย์ เบนจามิน กล่าวว่า ในทางทฤษฎี เงินสนับสนุนลักษณะนี้ควรช่วยลดจำนวนเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ใช้ชีวิตอยู่ริมท้องถนน แต่กลับกลายเป็นว่า ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งเป็นปีที่โครงการเริ่มต้น จำนวนคนไร้บ้านที่มีสุนัขหรือสัตว์เลี้ยง และอาศัยอยู่ตามตรอกซอกซอยและริมถนนในในลอสแอลเจลิสกลับเพิ่มมากขึ้น

ศาสตราจารย์ เบนจามิน เล่าว่า จากการที่เขาและทีมสัมภาษณ์คนไร้บ้านจำนวนหลายพันคนในแต่ละปี พบว่า ก่อนช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด มีคนไร้บ้านราวร้อยละ 12.5 ที่มีสัตว์เลี้ยง และเกือบครึ่งหนึ่งถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพักในศูนย์พักพิง เพราะสถานที่ไม่สามารถรองรับสัตว์ของพวกเขาได้

แม้จะมีโครงการสนับสนุนและช่วยเหลือเหลือสัตว์เลี้ยง แต่งานวิจัยของศาสตราจารย์ เบนจามิน และทีมพบว่า จำนวนของคนไร้บ้านในลอสแอนเจลิสที่มีสัตว์เลี้ยง กลับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ภายในปี 2025โดยที่ไม่ทราบแน่ชัดว่า เหตุใดสัดส่วนของคนไร้บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจึงเพิ่มขึ้นมากขนาดนั้น

ศาสตราจารย์ เบนจามิน ระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่า ค่าใช้จ่ายเรื่องที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่กำลังผลักคนอเมริกันจำนวนมากที่มีสัตว์เลี้ยงให้กลายเป็นคนไร้บ้าน หรืออีกทางหนึ่ง คนไร้บ้านอาจหันมาเลี้ยงสัตว์มากขึ้น เนื่องจากความเหงาและโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นภาวะที่พบบ่อยในกลุ่มคนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย

ศาสตราจารย์ เบนจามิน บอกว่า ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไร แต่ข้อเสนอในการตัดงบประมาณของรัฐบาลกลางสำหรับความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา และงบช่วยเหลือคนไร้บ้าน จะยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง

นับจากปี 2023 จำนวนคนไร้บ้านในลอสแอนเจลิสลดลงมากกว่าร้อยละ 4 และเหลือไม่ถึง 72,000 คนในปี 2025 แต่จากผลการวิจัยของเขาและทีม ทำให้คาดว่า จำนวนไร้บ้านทั้งที่มีและไม่มีสัตว์เลี้ยง จะเพิ่มขึ้นในระยะยาว หากไม่มีการเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้

“การเพิ่มขึ้นของประชากรคนไร้บ้านอาจหลีกเลี่ยงได้ยาก หากไม่มีความพยายามในลักษณะเดียวกับโครงการ Pet Assistance and Support Program ของรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ต้องดำเนินการในขนาดที่ใหญ่กว่าการทดลองนำร่องที่เราได้ศึกษา”  ศาสตราจารย์ เบนจามิน กล่าว


ที่มา
A pet‑friendly homeless shelter pilot reduced the rate of homelessness among the people it helped in California