ญี่ปุ่นกำลังเตรียมปรับขึ้นเพดาน “ค่าธรรมเนียม” การพำนักของชาวต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 กว่าปี โดยขึ้นค่าธรรมเนียมการต่อวีซ่าจากเดิม 16 เท่า และค่าธรรมเนียมขอมีถิ่นที่อยู่ถาวรสำหรับชาวต่างชาติ 30 เท่า รวมถึงเตรียมใช้ระบบ JESTA เพื่อคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศ
เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติร่างแก้ไขกฎหมายควบคุมคนเข้าเมือง รวมถึงการเพิ่มค่าธรรมเนียมสำหรับการต่อวีซ่าที่มีอายุ 1 ถึง 5 ปี และค่าธรรมเนียมการยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร
ค่าธรรมเนียมการต่อวีซ่าปัจจุบันอยู่ที่ 6,000 เยน หรือราว 1,200 บาท จะเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด เป็น100,000 เยน หรือ ราว 23,000 บาท ขณะที่ค่าธรรมเนียมการขอถิ่นที่อยู่ถาวรจะเพิ่มจาก 10,000 เยน เป็นสูงสุด 300,000 เยน หรือราว 61,000 บาท ซึ่งสูงขึ้นจากเดิม 30 เท่า โดยรัฐบาลตั้งเป้าจะเริ่มบังคับใช้ค่าธรรมเนียมใหม่ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2027
การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ ยังรวมถึงการบังคับใช้ระบบ Japan Electronic System for Travel Authorisation หรือ JESTA ที่กำหนดให้ชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นต้องกรอกข้อมูลล่วงหน้าแบบออนไลน์ เช่น ชื่อ วัตถุประสงค์ของการเดินทาง และที่พัก ที่จะเริ่มนำมาใช้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2029
รัฐบาลระบุว่า JESTA ถูกออกแบบมาเพื่อคัดกรองผู้ที่ใช้วีซ่าผิดประเภท เช่น การใช้วีซาท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อทำงานผิดกฎหมาย หรือเข้ามาก่ออาชญากรรม ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจะถูกปฏิเสธการเข้าประเทศ โดยสายการบินและผู้ให้บริการเรือสำราญต้องส่งข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า และไม่สามารถให้ผู้โดยสารที่ถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องหรือเรือได้ หากทางการญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้บุคคลเหล่านั้นเดินทางเข้าประเทศ
รัฐบาลญี่ปุ่นยังมีแผนติดตั้งประตูตรวจคนเข้าเมืองแบบเดินผ่าน (walk-through gates) ในสนามบินหลัก เพื่อให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตล่วงหน้าและมีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมา มีจำนวนชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ้นปี 2025 มีจำนวนชาวต่างชาติพำนักในญี่ปุ่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.13 ล้านคน ขณะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาญี่ปุ่นถึงเกือบ 42.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.8 จากปี 2024 และเป็นครั้งแรกที่จำนวนนักท่องเที่ยวสูงเกิน 40 ล้านคน
เจ้าหน้าที่รัฐเผยว่า ภายใต้กรอบค่าธรรมเนียมใหม่นี้ สามารถลดหย่อนหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ที่มีเหตุผลด้านมนุษยธรรม เช่น ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ หรือผู้ที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจรุนแรงจนไม่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมได้
ฮิโรชิ ฮิรากูชิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ชาวต่างชาติรับภาระค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมที่เกี่ยวข้องกับการเข้ามาและพำนักในญี่ปุ่น และเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบ
นักวิชาการที่ขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวเตือนว่า การเพิ่มค่าธรรมเนียมครั้งนี้เป็นแนวทางที่ไม่ฉลาด เพราะญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก และจะรุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในภาคสาธารณสุข การดูแลผู้สูงอายุ การก่อสร้าง และร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ซึ่งค่าธรรมเนียมใหม่จะเป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับแรงงานจำนวนมากเหล่านั้น
ขณะที่ฝ่ายอนุรักษนิยมไม่กังวลกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยยืนยันว่า ในอนาคต หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาทำงานแทนที่แรงงานภาคบริการที่ค่าจ้างต่ำ
เช่นเดียวเจ้าของธุรกิจรายหนึ่งที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมซึ่งสนับสนุนนโยบายนี้ ระบุว่า รัฐบาลไม่ต้องการให้คนที่มีทักษะต่ำเข้ามาในประเทศแล้วกลายเป็นภาระในระยะยาว เช่น มาเพิ่มค่าใช้จ่ายเรื่องของเงินบำนาญและสาธารณสุข
ที่มา
Japan visa fee cap to surge more than tenfold under new immigration bill
Japan to raise residency fees by up to 2,900% despite deepening labour crisis