ลี แจโอ ประธานมูลนิธิประชาธิปไตยเกาหลี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย และอดีตรัฐมนตรีกิจการพิเศษ เดินทางมาบรรยายที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ “Korean Democratization: Reflection from Within” เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่า ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด สิ่งสำคัญคือ ประชาธิปไตยจะต้องจดจำการเสียสละของคนในอดีต และรับฟัง เคารพกับเสียงส่วนน้อย
ลี แจโอ กล่าวว่า เกาหลีเคยตกเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิญี่ปุ่นมาตั้งแต่ 1910 เป็นเวลาเกือบ 40 ปี กว่าจะได้เอกราช มีประชาชนเกาหลีจำนวนมากต่อสู้เสียสละเลือดเนื้อเพื่อให้ได้เป็นสาธารณรัฐเกาหลีดังเช่นในปัจจุบัน
ประธานมูลนิธิประชาธิปไตยเกาหลี กล่าวว่า ปัจจุบันเกาหลียังมีปัญหาการถูกแบ่งแยกออกเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ แม้สงครามระหว่างบนคาบสมุทรเกาหลีใต้จะยังไม่จบ แต่เกาหลีใต้ก็มีรัฐบาลที่มั่นคง ซึ่งหวังว่าใน อนาคตประเทศเกาหลีทั้งสองจะกลับมารวมกันอีกครั้ง
หลังสงครามเกาหลีสงบ เกาหลีใต้ก็ยังต้องเจอกับความท้าทายจากรัฐบาลเผด็จการ ลี แจโอ กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดขบวนการขับเคลื่อนประชาธิปไตยที่นำโดยนักศึกษาและประชาชน ซึ่งเขาเองก็ได้เข้าร่วมในขบวนการต่อสู้กับเผด็จการด้วย
ปีที่ผ่านมา ยุน ซกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนที่แล้วใช้อำนาจประกาศกฎอัยการศึก เป็นการให้อำนาจรัฐจับกุมคนที่มีความคิดเห็นต่างจากผู้มีอำนาจได้ แต่หลังการประกาศกฎอัยการศึกได้เพียง 2 ชั่วโมง ผู้แทนราษฎรต่างก็รีบไปที่รัฐสภา เพื่อลงมติล้มล้างการประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนั้น และสามารถเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีใหม่ภายใน 6 เดือน
ลี แจโอ บอกว่า นี่คือความพยายามของสมาชิกสภาพผู้แทนราษฎรของเกาหลีในการรักษาระบอบประชาธิปไตยเอาไว้ ซึ่งประชาธิปไตยของประเทศเกาหลีใต้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยง่าย มีทั้งปัญหาและอุปสรรคมากมาย แต่นั่นก็นำมาซึ่งการพัฒนาประชาธิปไตยของเกาหลีด้วยเช่นกัน
“ประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่พูดขึ้นมาแล้วจะเกิดขึ้นได้ คนที่เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพก็ต้องพยายามที่จะต้องทำให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นด้วย ประชาธิปไตยไม่มีที่สิ้นสุด มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง ประเทศเกาหลีใต้ผ่านการเรียกร้องประชาธิปไตยมายาวนาน และมีผู้คนต้องสละชีวิตต้องล้มหายตายจากไปจำนวนมาก” ประธานมูลนิธิประชาธิปไตยเกาหลี กล่าว
ประธานมูลนิธิประชาธิปไตยเกาหลี ย้ำว่า ประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงส่วนน้อยด้วย ถ้าละทิ้งเสียงของคนบางกลุ่มก็จะกลายเป็นเผด็จการ และเผด็จการก็จะนำมาสู่การต่อต้านเพื่อขับเคลื่อนประชาธิปไตยใหม่ แม้ในประเทศเกาหลีใต้เองมีทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมและหัวก้าวหน้า แต่ทุกฝ่ายก็พยายามให้ประชาธิปไตยมีความมั่นคง แม้จะมีความเห็นต่างแต่ก็ยังรับฟังเสียงส่วนน้อย
ส่วนประเด็นเรื่องความเกี่ยวโยงกันระหว่างนักการเมืองกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ลี แจโอ กล่าวว่า ในแวดวงการเมือง ของเกาหลีใช่ว่า นักการเมืองจะเป็นคนดีทั้งหมด เกาหลีใต้ก็มีนักการเมืองที่มีความสนิทสนมกับกลุ่มทุน และมีเสนอและเรียกรับเงินทองรับผลประโยชน์เช่นกัน จากประสบการณ์ในการทำงานด้านการเมือง เขาก็เคยผ่านประสบการณ์มีคนหอบเงินมามอบให้หลายพันล้านวอน แต่เขาปฏิเสธและกดโทรศัพท์เพื่อแจ้งตำรวจ ทำให้คนที่นำเงินสินบนมาละเลิกความพยายามและกลับออกไป ต่อมาคนๆ นั้นถูกประชาชนกีดกันออกจากแวดวงการเมืองไปอีกไม่น้อยกว่า 20 ปี
ลี แจโอ บอกว่า ประชาชนต้องทำหน้าที่สังเกตและจับตาการทำงานของนักการเมือง ใครที่ทุจริตหรือเอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้องก็จะถูกวิจารณ์จากประชาชนอย่างกว้างขวาง และเวลาเลือกตั้งคนเหล่านี้ก็จะไม่ได้รับเลือกจากประชาชน
ลี แจโอ ชี้ว่า รัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ฉบับปัจจุบันก็มีปัญหาเช่นกัน ในเรื่องการให้อำนาจกับประธานาธิบดีมากเกินไป และเอื้อให้ประธานาธิบดีใช้อำนาจเกินขอบเขตได้ ขณะนี้ที่เกาหลีใต้กำลังมีการพูดคุยกันถึงการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นเรื่องการจำกัดขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีด้วย
ลี แจโอ กล่าวถึงประเทศไทยว่า ในฐานะที่เขาเป็นหนึ่งในผู้สังเกตการณ์ เห็นว่าประชาธิปไตยของไทยตอนนี้กำลังเติบโตอย่างมีชีวิตชีวา และระบุว่า บทบาทของมูลนิธิประชาธิปไตยเกาหลี คือ การสร้างประชาธิปไตยเพื่ออนาคต แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องทำให้คนจดจำการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในอดีต มูลนิธิประชาธิปไตยเกาหลีจึงพยายามร่วมกับประเทศต่างๆ ในการส่งเสริมประชาธิปไตย มีการจัดสัมมนาที่เชิญประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาถอดบทเรียนเรื่องประชาธิปไตยร่วมกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มูลนิธิประชาธิปไตยเกาหลีกำลังมีความร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้า และองค์กรอื่นๆ ในเอเชียเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยในภูมิภาคให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป