คนทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของภาวะ “สายตาสั้น” ซึ่งข้อสันนิษฐานเบื้องต้น มักพุ่งไปที่การจ้องหน้าอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ที่ยาวนานเกินไป ขณะที่งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า ปัญหาที่ส่งผลต่อภาวะสายตาสั้น อาจไม่ได้อยู่ที่การใช้หน้าจอโทรศัพท์มากเท่ากับ “สถานที่” และ “วิธีการ” ที่เราใช้งานมัน
งานวิจัยล่าสุดของทีมนักวิจัยจาก วิทยาลัยจักษุวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยรัฐนิวยอร์ก ในสหรัฐ เผยแพร่ในวารสาร Cell Reports ระบุว่า “ภาวะสายตาสั้น” ที่เกิดขึ้นแพร่หลายในปัจจุบันนี้ อาจเกิดจากการผสมผสานกันระหว่าง การเพ่งมองระยะใกล้เป็นเวลานาน กับการจ้องหน้าจอในสภาพแวดล้อมที่มีแสงที่มืดสลัว
ภาวะสายตาสั้น เกิดขึ้นจากการที่กระบอกตายืดยาวออกเล็กน้อย ทำให้โฟกัสวัตถุที่อยู่ระยะไกลได้ยากขึ้น ภาวะสายตาสั้นทุกวันนี้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเกิดความกังวล โดยมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลกอาจมีภาวะสายตาสั้น ซึ่งถือเป็นภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
อูรูชา มหารจัน และ โฆเซ มานูเอล อลอนโซ นักวิจัยอธิบายว่า เมื่ออยู่กลางแจ้งในแสงสว่างจ้า รูม่านตาจะหดตัวเพื่อจำกัดปริมาณแสงส่วนเกิน ขณะเดียวกันก็ยังส่งแสงที่เพียงพอไปยังจอประสาทตา แต่เมื่ออยู่ในที่ร่ม โดยเฉพาะในสภาพแสงสลัว และต้องเพ่งมองวัตถุใกล้ๆ เช่น หน้าจอโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือหนังสือ รูม่านตาก็ยังคงหดตัวเช่นเดิม แต่ทว่าเป็นการหดตัวเพื่อเพิ่มความคมชัดในการมองภาพ ไม่ใช่การหดรูม่านตาเพื่อตอบสนองต่อความสว่าง
นักวิจัยระบุว่า ในสภาพแสงน้อย จะเกิดผลกระทบต่อดวงตาถึง 2 ชั้น ทั้งจากความมืดและการเพ่งมองระยะใกล้ ซึ่งสามารถลดปริมาณแสงที่เข้าสู่จอประสาทตาได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเวลาผ่านไปอาจมีส่วนทำให้ลูกตามีรูปร่างที่ผิดจากเดิม และส่งผลเกิดเป็นภาวะสายตาสั้นได้ ซึ่งผลกระทบนี้อาจรุนแรงยิ่งขึ้นกับคนที่มีภาวะสายตาสั้นอยู่แล้ว
นักวิจัยเผยว่า ยังต้องการทดสอบอีกมากเพื่อยืนยันทฤษฎีนี้ และหากทฤษฎีนี้ได้รับการยืนยัน ก็จะบ่งชี้ได้ว่าวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสายตาสั้น ควรมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการจ้องหน้าจอโทรศัพท์ แท็บเล็ต และหนังสือ การเพิ่มความสว่างภายในอาคาร หรือการใช้เวลาอยู่กลางแจ้งให้มากขึ้นอาจเพียงพอที่จะช่วยได้ รวมถึงเป็นวิธีใดก็ตามที่ทำให้ผู้คนใช้เวลาน้อยลงกับการหรี่ตาเพื่อเพ่งมองวัตถุระยะใกล้ในห้องที่แสงสว่างไม่เพียงพอ
ที่มา
Why Is Everyone Suddenly Nearsighted? New Study Has Answers.