Skip to main content

 

บริษัททางด้านวิศวกรรมระบบแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีพนักงานพิเศษที่มีหน้าที่ไม่เหมือนพนักงานอื่นๆ ทั่วไป หน้าที่หลักของพนักงานกลุ่มนี้ คือ การงีบหลับริมหน้าต่างหรือบนโต๊ะทำงาน การเล่นซน และการช่วยขัดจังหวะการทำงานของเพื่อนร่วมงานที่เป็นมนุษย์ พร้อมกับการร้องเหมียวๆ เจื้อยแจ้วท่ามกลางวันทำงานอันแสนวุ่นวาย

พนักงานพิเศษกลุ่มนี้มีทั้งหมด 11 ชีวิต สังกัดแผนกเซลล์ของบริษัท Qnote Inc. ในย่านอาซากายะ ของกรุงโตเกียว หน้าที่หลักของพนักงานกลุ่มนี้ คือ ดูแลเยียวยาจิตใจเพื่อนร่วมงานที่เป็นมนุษย์ และทำงานด้านประชาสัมพันธ์องค์กรผ่านโซเชียลมีเดีย มีพนักงานบางตัวได้รับตำแหน่งบริหาร เช่น หัวหน้าแผนก หรือหัวหน้าฝ่ายอีกด้วย

บริษัท Qnote Inc. เริ่มจ้าง “พนักงานแมว” ในปี 2004 หนึ่งปีหลังก่อตั้งบริษัท โดยรับ “ฟุตาบะ” แมวจรเพศเมียที่ดูแลโดยเจ้าของร้านซูชิใกล้บริษัท มาเป็นพนักงานแมวตัวแรก

โนบุยูกิ สึรุตะ ประธานบริษัทและซีอีโอของ Qnote Inc. เล่าว่า เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากการที่เขาได้พบกับ “ฟุตาบะ” แมวจากศูนย์พักพิงที่กำลังหาบ้านใหม่ เขากับผู้ร่วมก่อตั้งอีก 4 คนยินดีรับฟุตาบะเข้ามาอยู่ในบริษัททันที เพราะเกือบทุกคนเคยมีแมวมาก่อน จึงเปิดใจให้กับแนวคิดนี้เป็นอย่างมาก

โนบุยูกิบอกว่า เขาต้องการสร้างบริษัทที่มีอิสระตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ถูกผูกมัดด้วยกฎระเบียบมากเกินไป จึงไม่คิดจะตั้งกฎห้ามนำสัตว์เข้ามาในออฟฟิศ

“ผมคิดว่า ถ้ามีแมวที่กำลังมองหาคนรับเลี้ยง การต้อนรับพวกเขาเข้ามาก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี” โนบุยูกิกล่าว

 

 

หลังจากนั้น บริษัทก็รับแมวเพิ่มเข้ามาทั้งแมวที่พนักงานพบตามท้องถนน และแมวที่รับมาอุปถัมภ์ชั่วคราวในช่วงที่คาเฟ่แมวใกล้เคียงย้ายที่ตั้ง ทำให้จำนวนแมวทั้งหมดในบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 9 ตัว และเป็น 11 ตัวในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แมวแต่ละตัวก็มีนิสัยและความเข้ากันได้แตกต่างกัน ดังนั้น แมวบางตัวจึงถูกรับเลี้ยงโดยบริษัทโดยตรง ขณะที่บางตัวก็ถูกรับไปเลี้ยงโดยพนักงาน

 

โนบุยูกิ สึรุตะ ประธานบริษัทและซีอีโอของ Qnote Inc. กับ  ฟุตาบะ พนักงานแมวตัวแรกของบริษัท

 

อาคารสำนักงานขนาด 4 ชั้นของบริษัท Qnote Inc. เป็นที่รู้จักในชื่อว่า “ตึกแมว” หลังจากที่บริษัทซื้ออาคารหลังนี้ ได้มีปรับปรุงพื้นที่เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทำงานของพนักงานคนและพนักงานแมว มีการติดตั้งทางเดินสำหรับแมว รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ เช่น ห้องน้ำแมวที่มีความเป็นส่วนตัวและเป็นสัดส่วน  

ตึก Qnote Inc. ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายสำหรับแมว มีการจัดสรรพื้นที่สำหรับห้องน้ำแมว และมีห้องน้ำแมวถึง 12 จุดที่ชั้น 2 และ 3 โดยแบ่งเป็นชั้นละ 6 จุด มีการปรับปรุงห้องน้ำเดิม สร้างเป็นห้องอาบน้ำสำหรับแมว พร้อมติดตั้งอ่างสำหรับสัตว์เลี้ยงแบบเดียวกับที่ใช้ในคลินิกสัตวแพทย์ ขณะที่การทำความสะอาดห้องน้ำแมวและการล้างกระบะทรายจะทำทุกๆ 1 ถึง 2 สัปดาห์ และเป็นหน้าที่ที่พนักงานทุกคนช่วยกันดูแล

ภายในออฟฟิศ โต๊ะทำงานถูกจัดเรียงชิดผนัง และมีทางเดินแมวพาดยาวตลอดทั้งห้อง เพื่อทำให้แมวสามารถเดินเล่นอยู่เหนือศีรษะของพนักงานได้อย่างสบายใจ ขณะที่บนพื้นอฟฟิศจะมีทั้งเบาะนอนสำหรับแมว และเต็นท์เด็กที่วางพรมให้ความร้อน ซึ่งเป็นจุดที่บรรดาพนักงานแมวมักมานอนรวมกันอย่างอบอุ่น

ภายในออฟฟิศจะไม่มีการวางต้นไม้ในร่ม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการที่แมวได้รับสารพิษจากต้นไม้เหล่านั้น  นอกจากนี้ พนักงานมนุษย์ยังระมัดระวังเป็นพิเศษกับวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่แมวอาจกลืนเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ

 

 

บรรยากาศที่ทำงาน ซึ่งมีทางเดินเหนือศีรษะสำหรับพนักงานแมว

 

ห้องน้ำสำหรับพนักงานแมวที่ชั้น 2 และ 3 

 

สำหรับแมวที่อายุมากขึ้น อย่างเช่น ฟุตาบะและพนักงานแมวบางตัวที่มีอายุมากกว่า 15 ปี การพาไปโรงพยาบาลบ่อยครั้งแม้เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ก็สร้างความเครียดให้กับแมวไม่น้อยQnote Inc. จึงพยายามสร้างสภาพแวดล้อมภายในบริษัทที่ทุกคนสามารถช่วยกันดูแลแมวได้ โดยการเรียนรู้วิธีให้ยาและให้น้ำเกลือใต้ผิวหนังเอง ขณะเดียวกัน ก็ใช้เครื่องมือทางออนไลน์ในการสื่อสารเรื่องสุขภาพและยาจากสัตวแพทย์

โนบุยูกิ บอกว่า องค์กรที่มีลักษณะแบบ “แมว” นั้นต่างจากองค์กรที่มีลักษณะแบบ “สุนัข” ซึ่งเน้นความจงรักภักดีต่อองค์กร สมาชิกขององค์กรที่มีลักษณะแบบ “แมว” มักซื่อสัตย์ต่อตัวเอง มีอิสระในการทำสิ่งที่ชอบ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และการเรียนรู้จากลักษณะนิสัยของแมวสามารถนำไปสู่การทำงานที่มีความสุขมากขึ้นได้

โนบุยูกิบอกว่า แมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่นำมาซึ่งความสุขและบทเรียนมากมาย เขาเชื่อว่า พนักงานที่รักแมวมักจะอาสาดูแลพวกมันมากกว่า และวิธีที่แต่ละคนปฏิบัติต่อแมวก็แตกต่างกันไป ซึ่งเขามองว่าเป็นเรื่องดี และช่วยให้เข้าใจลักษณะนิสัยของพนักงานแต่ละคนได้มากขึ้น

 

 

 

เขามองว่า การอุปถัมภ์สัตว์เป็นโอกาสในการปลูกฝังความรับผิดชอบและความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในที่ทำงาน แทนที่จะคิดว่า “การมีสัตว์ในบริษัทเป็นเรื่องแปลก” แต่หากผู้คนเริ่มคิดว่า “การมีแมวในออฟฟิศก็น่าจะสนุกดี” ก็อาจเริ่มนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีก็ได้

เขาบอกว่า บริษัทต่างๆ ควรเปิดรับสัตว์เข้ามาในที่ทำงานอย่างจริงจัง ตราบใดที่สามารถจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้พวกมันได้ นอกจากนี้ การมีแมวอยู่ในออฟฟิศยังช่วยสร้างหัวข้อสนทนาร่วมกัน และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น ส่งผลให้การสื่อสารภายในองค์กรดีขึ้น และบรรยากาศการทำงานเป็นบวกมากกว่าเดิม

สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับแมวนี้ทำให้ Qnote Inc. เป็นสถานที่ทำงานที่สนุก สุขภาพจิตดี และเต็มไปด้วยพลังบวก และเป็นเหตุผลให้บริษัทจึงดึงดูดผู้สมัครงานได้อย่างต่อเนื่อง โนบุยูกิบอกว่า ไม่มีทางที่ใครจะดุหรือเสียงดังใส่เพื่อนร่วมงานได้เลย ถ้าคนๆ นั้นกำลังอุ้มแมวที่น่ารักอยู่ในอ้อมแขน เขาบอกว่า แมวของบริษัทนำมาซึ่งโชคดี และความสุข

“เมื่อบุคคลหรือองค์กรอาสาสมัครที่มีทรัพยากรจำกัดมาก ยังสามารถช่วยชีวิตสัตว์ที่ไม่มีที่ไปได้ แล้วทำไมบริษัทที่ดำเนินงานได้อย่างมั่นคง ถึงจะไม่สามารถริเริ่มทำอะไรบ้าง ผมหวังว่า จะมีบริษัทที่ยื่นมือเข้าช่วยสัตว์เหล่านี้มากขึ้น แม้จะช่วยได้เพียงแค่หนึ่งตัวก็ตาม” โนบุยูกิกล่าว

 

ที่มา
'Cat employees' at Tokyo office boost efficiency for human co-workers
How Can Humans and Cats Co-Exist in the Office?