งานวิจัยชิ้นใหม่ของทีมวิจัยจากอิตาลี พบว่า คนที่มีการสั่งสม ทุนสำรองทางสมอง และความฉลาดทางอารมณ์เอาไว้มาก จะทำให้สมองยังคงประสิทธิภาพในการคิดได้ดีแม้จะอายุมาก และสมองจะยังคงความเฉียบคมแม้จะเข้าสู่วัยชราแล้วก็ตาม
งานวิจัยชิ้นใหม่นำโดย ศาสตราจารย์ ราฟาเอลลา รูมิอาติ จาก สถาบันการศึกษาขั้นสูงนานาชาติ (SISSA) ในเมืองตรีเอสเต ประเทศอิตาลี ตีพิมพ์ในวารสาร Brain Sciences ศึกษาถึงการฝึกสมองและทักษะด้านอารมณ์ว่าช่วยรักษาความสามารถในการคิดของผู้สูงวัยได้อย่างไร
ทีมวิจัยทำการศึกษาผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไป ผลการศึกษาชี้ว่า ต้นทุนบางอย่างที่เราสั่งสมและพัฒนาขึ้นในตลอดช่วงชีวิต อาจช่วยสนับสนุนการทำงานของสมองและความสามารถในการคิดที่ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัย
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่นักวิจัยศึกษา คือ “ทุนสำรองทางสมอง” หรือ cognitive reserve หมายถึง ความสามารถของสมองในการปรับตัว ยืดหยุ่น และชดเชยความเสียหายจากความเสื่อมถอยตามวัย เพื่อรักษาประสิทธิภาพการคิดและการทำงานให้อยู่ในระดับปกติได้นานที่สุด ซึ่งสะสมผ่านการศึกษา การทำงานที่กระตุ้นการใช้ความคิด หรือการทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมยามว่างที่ท้าทายสมอง ผลการวิจัยพบว่า ทุนสำรองนี้อาจช่วยให้สมองรับมือกับการเสื่อมถอยที่เกิดขึ้นตามวัยได้ดีขึ้น
ในการศึกษานี้ นักวิจัยทำการวิเคราะห์ความคล่องแคล่วในการใช้ภาษาในช่วง 10 วินาทีแรกของการทดสอบ ซึ่งเป็นช่วงที่คนมักพยายามค้นหาคำศัพท์จากความทรงจำอย่างรวดเร็ว และพบว่า สัญญาณของความสามารถที่ลดลงตามวัยสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ช่วงไม่กี่วินาทีแรก ซึ่งการลดลงดังกล่าวมีน้อยกว่ามากในกลุ่มคนที่มีทุนสำรองทางสมองที่สูง
นักวิจัยพบว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีทุนสำรองทางสมองในระดับสูง สามารถทำแบบทดสอบด้านภาษาได้ดีกว่า โดยเฉพาะความสามารถในการดึงคำศัพท์ออกมาได้อย่างรวดเร็ว ในบางกรณีมีความสามารถใกล้เคียงกับคนที่อายุน้อย และพบด้วยว่า อารมณ์เชิงบวกมีความสัมพันธ์กับความสามารถด้านภาษาที่ดีกว่าด้วย
ทีมวิจัยยังพบด้วยว่า ผู้สูงอายุสามารถดึงคำศัพท์ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์เชิงบวก ออกมาได้ง่ายกว่าคำศัพท์ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์เชิงลบ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ทั้งทุนสำรองทางสมองและเนื้อหาทางอารมณ์สามารถส่งผลต่อความสามารถด้านภาษาในช่วงบั้นปลายของชีวิต
ทีมวิจัยยังทำการศึกษาเพื่อตรวจสอบ “ความจำใช้งาน” หรือ working memory ซึ่งเป็นความสามารถของสมองในการเก็บข้อมูลไว้ชั่วคราวเพื่อนำมาใช้งานบางอย่าง เช่น การจำตัวเลข การคิดคำนวณ หรือการลำดับขั้นตอน โดยทั่วไปความจำใช้งานจะมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อเราอายุมากขึ้น
การศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองที่มีทุนสำรองทางการคิดสูงสามารถทำแบบทดสอบได้ดีกว่า มีความแม่นยำมากกว่า ไม่ว่าจะทำแบบทดสอบในรูปแบบใดก็ตาม นักวิจัยระบุว่า ผลลัพธ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ทุนสำรองทางสมองมีบทบาทพื้นฐานในการช่วยให้ผู้คนสามารถรักษาและจัดการข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำงานต่างๆ ให้สำเร็จ
นอกจากนี้ นักวิจัยยังศึกษาถึง “ความฉลาดทางอารมณ์” ซึ่งหมายถึงความสามารถในการรับรู้ ทำความเข้าใจ และใช้ประโยชน์จากอารมณ์ โดยพบว่า ผู้เข้าร่วมที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูง ใช้เวลาตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางอารมณ์นานกว่า ซึ่งนักวิจัยระบุว่า น่าจะสะท้อนถึงการประมวลผลข้อมูลที่ลึกซึ้งกว่า มากกว่าจะหมายถึง การที่พวกเขามีความยากลำบากในการตอบสนองที่มากกว่า
นักวิจัยระบุว่า ทุนสำรองทางสมอง และทักษะทางด้านอารมณ์ เป็นสองสิ่งที่ทำงานร่วมกันในการคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดีของสมองและความสามารถในการคิด โดยทุนสำรองทางสมองดูเหมือนจะช่วยทั้งด้านภาษาและความจำใช้งาน ขณะที่ความสามารถด้านอารมณ์ มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพของสมองในการประมวลผลข้อมูลของผู้สูงอายุ
นักวิจัยบอกว่า เราสามารถเสริมสร้างทุนสำรองทางสมองได้ตลอดชีวิตผ่านการเรียนรู้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำกิจกรรมที่กระตุ้นการใช้ความคิด การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และประสบการณ์อื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มพูนชีวิต
ที่มา
Want to Keep Your Brain Sharp As You Age? Study Finds Two Key Factors