Skip to main content

 

นักขี่จักรยานเสือภูเขาในอังกฤษ เริ่มโพสต์อินสตาแกรมภาพกำลังเก็บขยะตามทางเดินบนภูเขา ซึ่งต่อมากลายเป็นกิจกรรมการเดินป่าเก็บขยะบนภูเขาทั่วประเทศนับหลายร้อยครั้ง และเกิดองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมที่รณรงค์ให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในการออกไปร่วมเก็บขยะ และไม่ทิ้งขยะพลาสติกในสถานที่ธรรมชาติ

ดอม เฟอร์ริส นักขี่จักรยานเสือภูเขาวัย 42 ปี โพสต์อินสตาแกรมของเขาชื่อ TrashFreeTrails ในเดือนตุลาคม ปี  2017พร้อมข้อความว่า “การขี่จักรยานและการเดินเขาที่ปราศจากขยะเป็นความสมบูรณ์แบบที่เกิดขึ้นได้ ถ้า 'พวกเราร่วมมือกันทำ' ”

จากยอดไลก์เพียง 62 ไลก์ ต่อมาก็เริ่มมีนักขี่จักรยานสอบถามว่าจะเข้าร่วมด้วยได้อย่างไร และเมื่อเวลาผ่านไปสามปีครึ่ง ไอเดียของเฟอร์ริสได้นำไปสู่กิจกรรมการเก็บขยะบนภูเขานับหลายร้อยครั้งทั่วประเทศอังกฤษ ทั้งจากกลุ่มอาสาสมัครและจากปัจเจกบุคคล และนำไปการตั้งองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมที่ชื่อ Trash Free Trails เพื่อรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการไม่ทิ้งขยะในสถานที่ต่างๆ

เฟอร์ริสเล่าว่า เขาใช้เวลาหลายปีในการพยายามจัดตั้งองค์กร Trash Free Trails จนรู้สึกติดหล่มไปกับขั้นตอนต่างๆ แต่ขณะนั้นเขายังทำงานอยู่กับองค์กร Surfers Against Sewage (SAS) ที่ดูแลโครงการทำความสะอาดชายหาดซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้เขาย้อนคิดว่า จริงๆ แล้ว SAS เริ่มต้นจากแค่คนสองสามคนที่ลงมือทำ จากนั้นจึงค่อยๆ มีคนอื่นเข้ามาร่วมมากขึ้น

“สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผม คือ เราไม่ควรถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่ต่อต้านอะไรบางอย่าง แต่เราควรเป็นกลุ่มที่บ่งบอกถึงสิ่งที่เราจะทำ” เฟอร์ริส กล่าว

เฟอร์ริสบอกว่า Trash Free Trails มีค่านิยมหลัก 8 ข้อที่เป็นแนวทาง เช่น การให้ความสำคัญกับอาสาสมัครทุกคน การไม่ใช้วิธีการตำหนิ การทำให้รู้สึกละอาย หรือทำให้รู้สึกผิด

เขาเชื่อในการสร้างแรงบันดาลใจและทำให้ผู้คนมีความมั่นใจ จากนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาทำตามแนวทางของตัวเอง โดยใช้คำว่า "inspo" ซึ่งย่อมาจาก inspiration หรือแรงบันดาลใจ และ "DIO" ซึ่งย่อมาจาก "Do It Ourselves" หรือการลงมือทำด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อว่า ทุกคนสามารถลงมือทำได้ด้วยตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาชี้นำ

แนวทางของ Trash Free Trails ทำให้การเคลื่อนไหวยืดหยุ่นและปรับตัวได้ง่าย เช่น ในช่วงที่โควิดระบาด เฟอร์ริสสนับสนุนให้ผู้คนวาดแผนที่ของเส้นทางเดินในแต่ละวันของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่สวยงาม เส้นทางที่ไม่น่าสนใจ หรือเส้นทางที่เต็มไปด้วยขยะ โดยโครงการนี้มีชื่อว่า Selfless Isolation Project ซึ่งช่วยเปลี่ยนมุมมองการเก็บขยะให้กลายเป็นวิธีที่คนสามารถเชื่อมโยงตัวเองกับธรรมชาติได้มากขึ้น

รอสส์ แลมบี้ และ มาร์ฟ เดวีส์ เป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครที่มาร่วมกิจกรรมกับ Trash Free Trails ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มที่เรียกว่า ทีมเอ

มาร์ฟกล่าวว่า “ผมเข้าร่วมทีมเพื่อปกป้องสถานที่ที่ผมรัก และมอบแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ให้ทำในแบบเดียวกันนี้กับสถานที่ที่พวกเขารัก มันเป็นการให้การศึกษากับผู้คนให้ลงมือทำด้วยแนวทางของตัวเอง เราไม่ได้เป็นตำรวจคอยจับคนทิ้งขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว แต่เรามาที่นี่เพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่าสถานที่เหล่านี้จะหมดความสวยงามไป ถ้าพวกเขายังทิ้งขยะต่อไปเรื่อยๆ”

“งานของเรา คือ เป็นผู้ส่งข้อสาร ให้ความรู้กับผู้คน และช่วยให้พวกเขาเข้าใจถึงการทิ้งขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในธรรมชาติว่า เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ซึ่งการกล่าวโทษกันไปมาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร เราอยากสร้างแรงบันดาลด้วยการนำสถานที่ป่าเขามาเชื่อมต่อเข้ากับจิตใจของพวกเขาโดยปราศจากความก้าวร้าว” รอสส์กล่าว

Trash Free Trails ยังเปิดอบรมให้กับอาสาสมัคร ส่วนที่เป็นปัจเจกจะได้เรียนรู้ถึงวิธีการเดินเก็บขยะบนภูเขาอย่างมีประสิทธิภาพด้วยชุดเครื่องมือที่สามารถทำขึ้นเอง ในส่วนของโรงเรียน จะให้การเรียนรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของเยาวชนผ่านการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และในส่วนของออร์แกไนเซอร์ จะได้เรียนรู้ถึงวิธีทำให้กิจกรรมต่างๆ เกิดความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้

Trash Free Trails มีโปรแกรมสำหรับเด็กที่ชื่อ Trash Mob Academy ซึ่งเป็นโปรแกรมระยะเวลา 6 สัปดาห์ ที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาของพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการฝึกขี่จักรยาน

เฟอร์ริสเล่าว่า หลังจากที่มีการทดสอบโครงการนี้ไปแล้วสองครั้ง พบว่า ประสบความสำเร็จ และเขามีแผนที่จะขยายโครงการไปยังหน่วยงานอื่นๆ ทั่วประเทศ

เฟอร์ริสเล่าว่า มีเด็กชายอายุ 13 ปีเข้าร่วมโครงการนำร่องเป็นครั้งแรก เขาเคยถูกกลั่นแกล้งรังแกเนื่องจากความแตกต่างทางเชื้อชาติ แต่ระหว่างที่เข้าร่วมหลักสูตรนี้ เขาสามารถปรับความสัมพันธ์จนกลายเป็นเพื่อนกับคนที่เคยแกล้งเขา และมีความมั่นใจมากขึ้นจนสามารถริเริ่มกลุ่มเก็บขยะในละแวกบ้านของตัวเองได้

"เด็กคนนี้เคยไม่สนใจอะไรเลย แต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็นผู้นำในชุมชนของตัวเองได้ด้วยตัวเองแล้ว" เฟอร์ริสกล่าว

 

อ้างอิง
Meet the hikers and bikers who are keeping the UK countryside clean
Meet the A-TEAM in 2024