ยอดขายของ 'สตาร์บัค' ร้านกาแฟแบรนด์ใหญ่ในเกาหลีใต้ ตกวูบไปเกือบ 8.5 พันล้านวอน หรือราว 184 ล้านบาทภายในสัปดาห์เดียว หลังปล่อยแคมเปญที่มีลักษณะล้อเลียนเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยเมืองควังจู ในเหตุการณ์ 518 หรือ May18
ยอดขายรายสัปดาห์ของสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ลดลง 8.47 พันล้านวอน หรือราว 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในหนึ่งสัปดาห์ คิดเป็นร้อยละ 26.3 จากยอดขายสัปดาห์ก่อนหน้า หลังปล่อยแคมเปญที่ชื่อว่า “Tank Day” ในวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันรำลึกถึงเหตุการณ์การล้อมปราบและสังหารหมู่ประชาชนในเมืองควังจู ที่รวมตัวกันต่อต้านการประกาศกฎอัยการศึกของรัฐบาลเผด็จการทหาร ซึ่งนำโดย นายพล ชอน ดูฮวาน ในปี 1980 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ พิการ และสูญหายหลายร้อยคน
สื่อโฆษณาของแคมเปญยังใช้วลี “Tak! on the desk!” อีกด้วย ซึ่งพ้องกับคำแถลงอันอื้อฉาวของนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต พัค จงชอล นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลและนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกซ้อมทรมานระหว่างการสอบปากคำของตำรวจ โดยคำว่า “Tak” หมายถึง เสียงทุบโต๊ะ ซึ่งนายตำรวจดังกล่าวระบุสาเหตุการเสียชีวิตของ พัค จงชอล ว่า เกิดอาการหัวใจวายหลังได้ยินเสียงทุบโต๊ะจากเจ้าหน้าที่ขณะที่ทำการสอบสวน
แคมเปญดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงความไม่เหมาะสม นำไปสู่การรวมตัวกันต่อต้านจากชาวเกาหลี จนทำให้ ชอง ยงจิน ประธานกลุ่มชินเซเก เจ้าของสตาร์บัคเกาหลี ต้องออกมากล่าวขอโทษต่อสาธารณะ และปลดผู้บริหารสตาร์บัคเกาหลีหลังกระแสต่อต้านแคมเปญดังกล่าวหนักหน่วงขึ้น
บริษัทวิจัย WISEAPP เผยว่า สตาร์บัคส์ เป็นเครือร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีจำนวนลูกค้าสูงที่สุดในเกาหลีใต้ในช่วงหกเดือน นับจากกันยายนปีที่แล้วจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ในปีนี้
นอกจากยอดขายที่ตกลงแล้ว จำนวนการติดตั้งแอปสตาร์บัคส์ใหม่ระหว่างวันที่ 18 ถึง 24 พฤษภาคม ลดลงถึง 11,447 ครั้งจากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งมียอดการติดตั้งแอป 48,441 ครั้ง นอกจากนี้ แอปสตาร์บัคส์ยังร่วงจากอันดับ 2 ลงมาอยู่อันดับ 5 ในการจัดอันดับแอปแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่มียอดติดตั้งใหม่สูงสุด
เจ้าหน้าที่ของชินเซเกที่ไม่เผยชื่อบอกว่า ยอดขายของสตาร์บัคเกาหลีลดลงอย่างหนัก นับตั้งแต่เกิดกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับแคมเปญการตลาดดังกล่าว และระบุว่า ทีมอีคอมเมิร์ซของสตาร์บัคส์เกาหลีเป็นผู้จัดทำแคมเปญนี้ และได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหัวหน้าทีมและผู้บริหาร
ขณะเดียวกัน บริษัทสำนักงานใหญ่ของสตาร์บัคส์ในสหรัฐตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ โดย Starbucks Global ได้ออกมาแถลงขอโทษเช่นกัน พร้อมระบุว่า ได้เริ่มการสอบสวนเหตุการณ์นี้แล้ว
ทางด้าน อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่วิจารณ์แคมเปญดังกล่าวอย่างรุนแรงว่า เป็นการลบหลู่เหยื่อผู้สูญเสียในเหตุการณ์ล้อมปราบที่ควังจู ทั้งที่รู้ดีว่าเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไปมากมาย และฉุดรั้งความยุติธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศอย่างร้ายแรงมากเพียงใด
“ผมรู้สึกโกรธกับพฤติกรรมอันไร้มนุษยธรรมของพ่อค้าระดับต่ำพวกนี้ การกระทำเช่นนี้เป็นการปฏิเสธคุณค่าพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของประเทศของเรา” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุ
ที่มา
Starbucks Korea weekly sales sink 8 billion won in wake of 'Tank Day' controversy
Starbucks sees sharp drop in Korean sales after 'Tank Day' marketing backlash
Starbucks Korea payments drop 26% after controversial promotion sparks backlash