นอกจากปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่สูงลิ่ว จนชาวอเมริกันจำนวนมากแทบแบกรับไม่ไหว ค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็กำลังเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกินกำลังทรัพย์ของครอบครัวอเมริกันจะจ่ายได้ แม้สัตว์เลี้ยงแสนรักจะเป็นสมาชิกสำคัญของบ้านก็ตาม
ผลสำรวจสถานการณ์การดูแลสัตว์เลี้ยงในสหรัฐของ PetSmart Charities ร่วมกับ Gallupในปี 2025 ทำการสำรวจเจ้าของสุนัขและแมว 2,498 คนทั่วสหรัฐ พบว่า ร้อยละ 70 ของเจ้าของตัดสินใจไม่พาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ โดยระบุเหตุผลเรื่องของ “ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล” เป็นสาเหตุหลัก
จากการสำรวจเดียวกันนี้ในปี 2026 พบว่า 1 ใน 3 ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีรายได้สูงกว่า 90,000 ดอลลาร์ต่อปี เคยปฏิเสธการพาสัตว์เลี้ยงไปรักษา โดยให้เหตุผลว่า ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงนั้นได้
ขณะที่การสำรวจของ PetSmart Charities และ Gallupในปี 2025 พบว่า ร้อยละ 94 ของสัตวแพทย์ที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า ปัญหาด้านการเงินของเจ้าของสัตว์เลี้ยง “บางครั้ง” หรือ “บ่อยครั้ง” ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่ได้รับการรักษาตามที่แพทย์แนะนำ โดยสัตวแพทย์ระบุว่า พวกเขาต้องเผชิญกับความกดดันระหว่างเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่กำลังทุกข์ใจ กับต้นทุนของการรักษาที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่สมาคมโรงพยาบาลสัตว์แห่งอเมริกัน ระบุว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีราคาแพง ยิ่งผลักดันค่ารักษาให้สูงขึ้น
“สัตวแพทย์รู้ว่า มาตรฐานการรักษาที่ดีที่สุดคืออะไร แต่เราก็รู้เช่นกันว่า ไม่ใช่ทุกครอบครัวจะสามารถจ่ายค่าตรวจวินิจฉัย การผ่าตัด หรือการนอนพักที่โรงพยาบาลได้ ช่องว่างนี้สร้างความทุกข์ใจให้กับทั้งสองฝ่ายในห้องตรวจโรค” ซาราห์ วูเทน สัตวแพทย์สัตว์เล็ก กล่าว
เธอบอกว่า การไม่มีเงินพอสำหรับค่ารักษาสัตว์ สร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง หลายคนรู้สึกผิด อับอาย หมดหนทาง โกรธ และเศร้า โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่ามีวิธีรักษา แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะข้อจำกัดทางการเงิน
เช่นเดียวกับ คอร์รีน มาเจสกา สัตวแพทย์สัตว์เล็กจากโรงพยาบาลสัตว์คอมพาเนียน บอกว่า พวกเขาเห็นสัตว์จำนวนมากที่อาจรอดชีวิตได้ หากเงินไม่ใช่อุปสรรคในการเข้าถึงการรักษา
ทั้งนี้ ค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงในสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมานานกว่าสิบปี โรงพยาบาลสัตว์บางแห่ง เช่น โรงพยาบาลสัตว์โคโลนีพาร์ค ในเมืองเดอรัม รัฐนอร์ทแคโรไลนา ประกาศว่า จะมีการปรับเพิ่มราคาค่ารักษาสัตว์ขึ้นอีกในปี 2026
การสำรวจของ PetSmart Charities และ Gallupในปี 2025 ยังพบด้วยว่า ไม่ว่าเจ้าของสัตว์จะมีรายได้ระดับใด ต่างระบุว่า “ปัญหาทางการเงิน” เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปพบแพทย์ได้ ผลสำรวจพบว่า คนที่มีรายได้ครัวเรือนต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ต่อปี มีแนวโน้มสูงที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการพาสัตว์เลี้ยงที่เจ็บป่วยของพวกเขาไปพบสัตวแพทย์ เนื่องจากจ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่ไหว
ขณะที่ร้อยละ 52 ระบุว่า พวกเขาเคยไม่พาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เลยภายในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา แม้จะรู้สึกว่าสัตว์เลี้ยงของพวกเขาควรไปพบแพทย์ หรือไม่ก็ปฏิเสธการรักษาตามที่สัตวแพทย์แนะนำ ขณะที่ร้อยละ 14 ของเจ้าของที่ไม่พาสัตว์เลี้ยงไปรักษา ระบุว่า อาการของสัตว์เลี้ยงแย่ลง หรือเสียชีวิต มีเพียงหนึ่งในสามของคนที่ปฏิเสธการพาสัตว์เลี้ยงไปรักษา ที่พบว่าอาการของสัตว์ดีขึ้นเองหลังจากนั้น
ผลสำรวจยังพบว่า ร้อยละ 30 ของเจ้าของสัตว์รู้จักเพื่อนหรือสมาชิกครอบครัวที่สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต เพราะเจ้าของไม่มีเงินพอสำหรับจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่จำเป็น ขณะที่ร้อยละ 11 บอกว่า รู้จักคนที่จำเป็นต้องยกสัตว์เลี้ยงให้ผู้อื่น เพราะค่าใช้จ่ายด้านสัตวแพทย์สูงเกินรับไหว
ร้อยละ 64 ของเจ้าของสัตว์บอกว่า หากมีระบบการผ่อนชำระ พวกเขาจะสามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้นอย่างน้อยสองเท่า แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีเจ้าของสัตว์ไม่ถึง 1 ใน 4 ที่เคยได้รับข้อเสนอให้ผ่อนจ่าย
ขณะเดียวกัน เจ้าของสัตว์ราว 4 ใน 10 สนใจรูปแบบบริการรักษาสัตว์เลี้ยงทางเลือก เช่น คลินิกชุมชน การให้สัตวแพทย์ไปตรวจที่บ้าน หรือการรักษาผ่านระบบทางไกล หรือเทเลเมดิซีน
รายงานของ PetSmart Charities และ Gallupระบุว่า แม้การรักษาเต็มรูปแบบจะเป็นทางเลือกที่แพทย์ควรนำเสนอให้เจ้าของสัตว์ แต่ก็ไม่ควรถูกเสนอในฐานะ “ทางเลือกเดียว” หรือเป็น “ตัวเลือกแรก” เสมอไป เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากมีข้อจำกัดทางการเงิน และยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า “คำแนะนำแรก” ของสัตวแพทย์มักมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเจ้าของเป็นอย่างมาก
สถาบันวิจัยความผูกพันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ประเมินว่า การเลี้ยงสัตว์ส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของสหรัฐได้เกือบ 23,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ปัจจุบันยังมีสัตว์เลี้ยงในสหรัฐราว 50 ล้านตัว ที่เข้าไม่ถึงบริการสัตวแพทย์ที่เหมาะสม หรือเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐานขั้นต่ำ
ร็อบบิน เจย์นส์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสัตวแพทย์ของ PetSmart Charities บอกว่า วงการสัตวแพทย์จำเป็นต้องร่วมมือกันทั้งระบบ เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงการรักษา เพราะปัญหานี้ใหญ่เกินกว่าที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะจัดการได้เพียงลำพัง
เธอกล่าวว่า คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ควรมีความยืดหยุ่นและมุ่งเสนอทางเลือกที่เหมาะให้กับแต่ละครอบครัว ขณะที่โรงเรียนสัตวแพทย์ควรสอนแนวทางการรักษาที่คำนึงถึงความสามารถในการจ่าย รวมถึงสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบบริการต้นทุนต่ำ โดยไม่ทำให้การเข้าถึงบริการสัตวแพทย์เป็นสิทธิพิเศษสำหรับบางคนที่มีเงินมากพอ
ทั้งนี้ PetSmart Charities ได้จัดสรรงบราว 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสัตวแพทย์ ทั้งในด้านการขยายคลินิกราคาประหยัด สนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับระบบผ่อนชำระ และศึกษารูปแบบบริการเฉพาะทางที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้น
เอมี กิลเบรธ ประธานของ PetSmart Charities บอกว่า หากจะทำให้สัตว์เลี้ยงทุกตัวที่ยังเข้าไม่ถึงการรักษาได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมผ่านระบบบริการแบบที่เป็นอยู่ปัจจุบัน จะต้องใช้งบประมาณมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
“ทางออกของวิกฤตนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งผู้นำวงการสัตวแพทย์ สถาบันการศึกษา คลินิกรักษาสัตว์ และองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน” เอมี กล่าว
ที่มา
Veterinarians Say They’re Caught In The Middle Of America’s Pet Care Affordability Crisis
Many pet owners cannot afford veterinary care, survey finds