งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า “การเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต” สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงของการเกิดอัลไซเมอร์ และช่วยให้การเสื่อมถอยของสติปัญญาเกิดขึ้นช้าลง
การศึกษานี้ ตีพิมพ์ในวารสาร Neurology เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยพบว่า การคงความกระตือรือร้นทางความคิดตลอดชีวิต สามารถลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้เกือบร้อยละ 40 และช่วยยืดระยะเวลาที่สมองเสื่อมออกไปได้อีกอย่างน้อย 5 ถึง 7 ปี
งานวิจัยติดตามผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวน 1,939 คน เป็นเวลาเกือบ 8 ปี โดยที่ราว 3 ใน 4 เป็นผู้หญิง ในช่วงเริ่มต้นของการศึกษา ผู้เข้าร่วมยังไม่มีภาวะสมองเสื่อม ทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนรู้และกิจกรรมทางสติปัญญาของพวกเขาในช่วงวัยเด็ก วัยกลางคน และวัยสูงอายุ
นักวิจัยขอให้ผู้เข้าร่วมการศึกษาตอบคำถามเกี่ยวกับ ความถี่ในการอ่าน การเข้าถึงหนังสือพิมพ์ การเรียนภาษาต่างประเทศ ระดับรายได้ การมีบัตรห้องสมุด การใช้พจนานุกรม การสมัครนิตยสาร และการไปห้องสมุดหรือพิพิธภัณฑ์ในช่วงต้นของชีวิตที่อายุ 18 ถึง 40 ปี ส่วนกิจกรรมในช่วงวัยปลายชีวิต ตั้งแต่อายุประมาณ 80 ปีขึ้นไป เป็นการตอบคำถามเรื่องรายได้ ความถี่ในการอ่าน การเขียน และการเล่นเกม
ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษาราวจำนวน 551 คน หรือร้อยละ 28 มีการพัฒนาไปสู่โรคอัลไซเมอร์ ขณะที่ผู้เข้าร่วม 719 คนที่มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อย ในกลุ่มที่มีระดับการกระตุ้นทางสติปัญญาต่ำที่สุด พบว่าร้อยละ 34 ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคทางระบบประสาทเสื่อม ขณะที่ผู้ที่มีกระตุ้นทางสติปัญญาสูงที่สุด มีแนวโน้มจะพัฒนาไปเป็นภาวะสมองเสื่อมช้ากว่า เฉลี่ยถึง 5 ปี นอกจากนี้ ยังพบว่า มีความแตกต่างของช่วงเวลาเริ่มต้นภาวะบกพร่องทางสติปัญญาต่างกันเฉลี่ยถึง 7 ปี
การวิเคราะห์ยังพบว่า ผู้ที่มีการกระตุ้นทางสติปัญญาตลอดชีวิตสูงกว่า มีความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ลดลงร้อยละ 38 และมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะบกพร่องทางสติปัญญาลดลงถึงร้อยละ 36
“งานวิจัยใหม่นี้แสดงให้เห็นว่า การคงความกระตือรือร้นทางความคิดตลอดชีวิต สามารถลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้เกือบร้อยละ 40 สิ่งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับมาตรการป้องกันที่ผู้คนสามารถทำได้ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อม” อิโซลด์ แรดฟอร์ด จากศูนย์วิจัยอัลไซเมอร์สหราชอาณาจักรกล่าว
แอนเดรีย ซามมิท นักประสาทวิทยาจากศูนย์ Rush Alzheimer’s Disease และหนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า ผลการศึกษานี้ให้ความหวัง โดยชี้ว่า การมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่กระตุ้นความคิดอย่างหลากหลายอย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิตอาจช่วยลดการเสื่อมถอยของความสามารถทางสติปัญญาได้ โดยที่การลงทุนของภาครัฐเพื่อขยายการเข้าถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด และโครงการที่ออกแบบมาเพื่อจุดประกายความรักในการเรียนรู้ตลอดชีวิต อาจช่วยลดภาวะสมองเสื่อมในประชากรได้
“การชะลอออกไปได้ 5 ถึง 7 ปี อาจหมายถึงช่วงของการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระไปอีกหลายปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุจำนวนมากให้คุณค่าอย่างยิ่ง การเลื่อนเวลาการเกิดอาการสมองเสื่อมออกไปอีกเพียงเล็กน้อย ก็สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระดับบุคคลและระดับประชากร” แอนเดรีย กล่าว
ที่มา
Lifelong Learning Might Lower Your Risk of Developing Alzheimer’s Disease, a New Study Suggests