Skip to main content

 

เรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต การแยกแยะสี หรือการอ่านฉลากแนะนำข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ กลับเป็นความท้าทายสำหรับคนที่มีภาวะบกพร่องทางการมองเห็น นำไปสู่การสร้างแอปพลิเคชันจับคู่อาสาสมัครที่เป็นคนตาดีให้ช่วยเป็นดวงตาให้กับคนตาบอดได้เกือบ 1 ล้านคน

ฮันส์ ยอร์เกน ไวเบิร์ก ชายชาวเดนมาร์กที่การมองเห็นเลือนราง สร้างแอปพลิเคชันชื่อ “Be My Eyes” ขึ้นในปี 2015 เพื่อช่วยเหลือผู้ที่บกพร่องทางการมองเห็นแบบเรียลไทม์ แนวคิด คือ การจับคู่อาสาสมัครที่การมองเห็นปรกติ กับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ที่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันผ่านทางวิดีโอคอล  เช่น การช่วยอ่านวันหมดอายุบนกล่องนม หรือช่วยบอกสีของเสื้อ เป็นต้น

ปัจจุบัน Be My Eyes จับคู่ผู้ใช้งานที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นมากกว่า 9.9 แสนคน กับอาสาสมัครทั่วโลกเกือบ 10 ล้านคน ใน 150 ประเทศ โดยที่แอปนี้สามารถรองรับภาษาต่างๆ ได้มากกว่า 180 ภาษา

“ตาผมใช้การไม่ได้ แต่ผมรู้ว่าผมกำลังมองหาอะไร สิ่งที่ผมต้องการมีแค่ดวงตาของใครสักคนมาบอกผมว่าข้างหน้ามีอะไรอยู่” เจย์ เบลก ช่างเครื่องยนต์ที่สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุถูกยางรถยนต์ระเบิดใส่กล่าว

 

ฮันส์ ยอร์เกน ไวเบิร์ก ผู้สร้างแอปพลิเคชัน Be My Eyes

 

ตามข้อมูลของ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ หรือ CDC ระบุว่า มีชาวอเมริกันที่อายุ 40 ปีขึ้นไปมากกว่า 3.4 ล้านคนมีภาวะบกพร่องทางการมองเห็นบางรูปแบบ และบางการประเมินพบว่า ตัวเลขนี้สูงถึง 21 ล้านคน CDC คาดว่า จำนวนผู้ที่ตาบอดหรือมีความบกพร่องทางการมองเห็น จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2030 สาเหตุหลักมาจากสังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคเบาหวาน รวมถึงโรคเรื้อรังอื่นๆ ที่นำไปสู่โรคทางตา ทำให้แอปอย่าง Be My Eyes มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

โทนี สตีเฟนส์ ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายสื่อสารของ มูลนิธิคนตาบอดแห่งอเมริกา บอกว่า Be My Eyes ทำให้รู้สึกว่า เหมือนมีคนสายตาปกติอยู่ในกระเป๋าตลอดเวลาซึ่งสะดวกมากจริงๆ เขาบอกว่า Be My Eyes ได้รับความนิยมอย่างมากในชุมชนคนตาบอด ข้อดีสำคัญคือ เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานฟรี ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นที่มักมีแนวโน้มมีรายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของคนอเมริกัน

“ตอนเราเปิดตัว เราไม่รู้เลยว่าคนจะเต็มใจสละเวลามาช่วยคนแปลกหน้าหรือเปล่า แต่ภายใน 24 ชั่วโมงแรก เรามีอาสาสมัครมากกว่า 10,000 คนแล้ว” อเล็กซานเดอร์ เจนเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ Be My Eyes กล่าว

“คุณจะความกังวลมากเวลาที่ทำอะไรใหม่ๆ ในตอนที่ตาบอด มีหลายอย่างที่ต้องใช้การมองเห็น และมันดีมากที่สามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครสักคนได้เลย แน่นอนว่า เอไอก็มีประโยชน์ แต่ผมชอบความเชื่อมโยงแบบมนุษย์มากกว่า” สตีฟ เอลเลียต ชายตาบอดวัย 57 ปี จากเมืองออสติน รัฐเท็กซัส กล่าว

เร็วๆ นี้ Be My Eyes จะร่วมมือกับ Meta เพื่อขยายบริการ ให้สามารถใช้แว่นตา Ray-Ban รุ่นพิเศษที่มีกล้องติดอยู่ในกรอบแว่น

“ตอนนี้คุณสามารถพูดว่า ‘Hey Meta’ แล้วตามด้วย ‘Be my eyes’ จากนั้นเราจะโทรออกโดยตรงผ่านแว่นตา และอาสาสมัครก็จะมองผ่านกล้องนั้น และคอยให้การช่วยเหลือ” ไวเบิร์ก ผู้สร้างแอปกล่าว  


ที่มา
"Be My Eyes" app connects blind users with volunteers to help with visual tasks
I tried Be My Eyes, the popular app that pairs blind people with helpers
Why millions are volunteering to be ‘eyes’ for strangers