ในเกาหลีใต้ มีคนหนุ่มสาวมากกว่า 5 แสนคนที่แยกตัวจากสังคม และซุกซ่อนตัวอยู่แต่ในห้องพัก สถิติปี 2024 เผยว่า มีคนหนุ่มสาวชาวเกาหลีมากถึงเกือบ 5.4 แสนคนทั่วประเทศ ที่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านนานเกินกว่าครึ่งปี ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้น
อี มย็องซอน ชายหนุ่มวัย 27 ปี เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น เขาเคยทำงานในครัวที่บุฟเฟต์ของโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงโซล โดยทำงานมากกว่า 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จนกระทั่งได้รับบาดเจ็บเรื้อรังที่ข้อมือขวา
หลังการผ่าตัด และทำกายภาพบำบัด แต่ข้อมือของเขาไม่เคยกลับมาเหมือนเดิมอีกเลย เขาพยายามกลับไปทำงานหลายครั้ง แต่ละครั้งอยู่ได้เพียงไม่กี่เดือน ความล้มเหลวแต่ละครั้งทำให้เกิดความวิตกกังวลรุนแรงยิ่งขึ้น เขาจึงเริ่มแยกตัวจากสังคม และเก็บตัวอยู่แต่ในห้องพักนานถึง 3 ปี ความวิตกและความหวาดระแวงที่ท่วมท้น ทำให้เขาเกิดความคิดอยากฆ่าตัวตาย
“ผมได้แต่นั่งจ้องใบสมัครงาน ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านเกม ร้านอาหาร ผมไม่กล้าสมัครที่ไหนเลย ผมกลัว ผมเอาแต่คิดว่า คนอื่นจะมองว่า ผมน่าสมเพชที่ยังทำงานพาร์ตไทม์ในตอนที่อายุเท่านี้แล้ว” มย็องซอน บอก
สิ่งที่ดึงเขาออกจากห้องได้ในที่สุด คือ องค์กรไม่แสวงกำไรที่ชื่อว่า Not Scary Company ที่จะเปลี่ยน “ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บตัว” ให้กลายเป็นคุณสมบัติ แทนที่จะเป็นตราบาป
Not Scary Company ก่อตั้งโดย ยู ซึงกิว ชายวัย 33 ปี ที่เคยใช้ชีวิตช่วงวัยยี่สิบอยู่แต่ในห้องที่เขาเรียกว่า “ห้องขยะ”
ประสบการณ์ส่วนตัวผลักดันให้ ซึงกิว ก่อตั้ง Not Scary Company เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้รับทุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และทุนด้านนวัตกรรมสังคม ที่สนับสนุนโดย Kakao บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีของเกาหลีใต้
ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา Not Scary Companyได้เริ่มต้นโครงการ “Masters of Isolation” เพื่อฝึกเยาวชนที่เคยเก็บตัวในลักษณะ “เพื่อนช่วยเพื่อน” สำหรับช่วยเหลือคนหนุ่มสาวที่กำลังปลีกตัวจากสังคมและครอบครัว
หนึ่งในโครงการสำคัญ คือ “Not Scary House” เป็นโครงการบ้านพักรวมที่ปรับปรุงจากบ้านสองหลัง รองรับผู้อยู่อาศัยครั้งละ 7–10 คน เพื่อช่วยให้พวกเขาค่อยๆ สร้างชีวิตใหม่ โดยการฟื้นฟูเริ่มจากเรื่องพื้นฐานที่สุด ตั้งแต่การตื่นนอนตรงเวลา อาบน้ำ แต่งตัว เข้าร่วมประชุมเช้าเพื่อพูดคุยความรู้สึก ทำอาหารกลางวันร่วมกัน และแบ่งหน้าที่การทำงานบ้านอย่างเท่าเทียมกัน
หลังจากฟื้นฟูกิจวัตรประจำวันแล้ว จึงค่อยช่วยหางานทำ ขั้นตอนนี้เรียกว่า “กระบวนการฟื้นฟูชีวิตขึ้นมาใหม่” โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องอาศัยในบ้านพักอย่างน้อยหนึ่งปี
ซึงกิว เตือนว่า การรีบผลักให้คนที่เก็บตัวกลับเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันโหดร้ายเร็วเกินไป อาจทำให้พวกเขาล้มเหลวและกลับไปเก็บตัวอีก จากสถิติพบว่า อัตราการกลับไปเก็บตัวซ้ำสูงถึงร้อยละ 45.6 ขณะที่ผลลัพธ์จากโครงการ Not Scary House พบว่า อัตราการกลับไปเก็บตัวของผู้ผ่านโครงการมีไม่ถึงร้อยละ 10เขามองว่า สังคมต้องเปลี่ยน “กติกาของเกม” ไม่ใช่ให้ทุกคนต้องแข่งขันในสนามเดียวกันภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
ซึงกิว ย้ำว่า การปลีกตัวจากสังคมไม่ใช่ความล้มเหลวครั้งใหญ่ แต่อาจเป็นเพียงช่วงหนึ่งของชีวิตในสังคมที่การแข่งขันสูง ซึ่งก็อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้
“สิ่งที่เราต้องการ คือ ความอดทนเล็กน้อย เพื่อรอวันให้คนที่หมดเรี่ยวแรงกลับลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง” ซึงกิว กล่าว
ที่มา
Not Scary Company helps reclusive young people return to society