Skip to main content

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 เวลา 21.30 น.เป็นช่วงการตอบคำถามบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ผู้นำพรรคการเมืองในงาน Nation Dinner Talk ที่ห้องคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซนทาราแกรนด์ เซ็นทรัล จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถามประเด็นสังคมโลกในอนาคตมุ่งไปสู่โลกดิจิทัล มีแผนส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างไรและจะทำอย่างไรให้คนไทยแข็งแกร่งสามารถแข่งขันทัดเทียมกับสังคมโลกได้ 

จุรินทร์ กล่าวว่า ประการที่หนึ่ง เป็นสิ่งที่ต้องทำและเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเราก็ทำ ตอนนี้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เราใช้ดิจิทัลเป็นหลักในการบริหารกระทรวงและรัฐบาลนี้ก็เป็นรัฐบาลที่ส่งเสริมสนับสนุนรัฐบาลดิจิทัลเป็น e-Government

ประการที่สอง อีคอมเมิร์ซสำคัญมากเพราะไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงทางการค้ารูปแบบไหนทั้งพหุภาคี ทวิภาคีล้วนบรรจุเรื่องอีคอมเมิร์ซอยู่ในนั้นทั้งสิ้น เป็นโลกยุคใหม่ที่ต้องใช้อีคอมเมิร์ซในการดำเนินการและไปไกลถึงขณะนี้เราไม่ค้าขายในระบบอีคอมเมิร์ซปกติแล้ว รูปแบบการค้าก็ไม่ใช่การค้าออนไลน์ปกติ แต่ไปถึงขั้นไฮบริดผสมผสานอีคอมเมิร์ซกับโลกเสมือนจริง โลก Virtual อีกไม่นานจะไปโลก Metaverse ระบบทั้งหมดในการให้บริการของกระทรวงพาณิชย์ปรับเป็นระบบดิจิตอลก้าวหน้าไปเยอะมาก เราให้บริการจดทะเบียนบริษัทธุรกิจ นิติบุคคล การดำเนินการขอเอกสารใช้ระบบดิจิทัลได้ 100 กว่ากิจกรรม เป็นสิ่งที่ตนคิดว่าเราต้องเดิน

"ที่สำคัญเราต้องมีแพลตฟอร์มของเราเองที่เป็นแพลตฟอร์มแห่งชาติหรือไม่แห่งชาติก็ได้แต่เราต้องสนับสนุนให้ภาคเอกชนสามารถเติบโตมีแพลตฟอร์มก้าวขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไปได้ เรากำลังทำอยู่ เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเราต้องพัฒนาเดินหน้าพาประเทศเดินหน้าไปทางนี้ต่อไป" จุรินทร์ กล่าว

ต่อมามีการถามคำถามที่สอง ถามว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ถึงการจัดประชุมผู้นำเอเปคปลายปีนี้หรือไม่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถามโดยกล่าวว่า รัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพ และเสถียรภาพขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน คือ

1.เสถียรภาพในรัฐบาล 2.เสถียรภาพในสภาผู้แทนราษฎร

"สำหรับเสถียรภาพในคณะรัฐบาล ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่จะบอกว่ารัฐบาลจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ประเด็นนอกเหนือจากนั้นไม่ใช่แค่จับมือกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลให้แน่นแล้วจะทำอย่างไรก็ได้ เพราะการมีเสถียรภาพของฝ่ายบริหารจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เสถียรภาพนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการบริหารราชการแผ่นดิน จะต้องสร้างผลงานการแก้ปัญหาและผลงานอื่นๆให้ปรากฏที่เป็นรูปธรรมชัดเจนในทุกประเด็นที่ประชาชนต้องการ ซึ่งขณะนี้มีหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จและมีบางเรื่องที่ยังจะต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาบางเรื่องเป็นที่พอใจ บางเรื่องยังไม่เป็นที่พอใจซึ่งตนก็เป็นนักการเมืองมานานและอยู่มาหลายรัฐบาลเป็นฝ่ายค้านก็เคย ประธานวิปฝ่ายค้านอภิปรายรัฐบาลก็เคย ไม่มีรัฐบาลไหนสมบูรณ์ไปทั้งหมด มีทั้งปัญหาที่แก้ได้และแก้ไม่ได้แต่อย่างน้อย ถ้าถามเสถียรภาพในการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นอะไร

แต่เสถียรภาพในสภาฯในระบบนี้ ต้องมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเพราะเป็นระบบรัฐสภาไม่ใช่ระบบประธานาธิบดีที่แพ้เสียงในสภา ประธานาธิบดีก็ไม่ต้องยุบสภาหรือลาออก แต่ในระบบนี้ต้องมีเสียงข้างมากประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สังคมจับตามากกว่า ว่าเปิดสภาเที่ยวหน้ารัฐบาลจะรอดไหม เพราะไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะมีเสียงข้างมากอยู่มากน้อยแค่ไหน ตนเคยให้ความเห็นว่ารัฐบาลต้องสำรวจเสียงให้ชัดเจนว่าเสียงที่ชัดเจนมีจำนวนเท่าไร แต่ในภาพรวมถือว่ายังมีเสียงข้างมากอยู่ แต่ถ้าฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องมีการประเมินเสียงให้มีความชัดเจน

คนที่ต้องตอบคือพรรคแกนนำที่ไปชวนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นมาร่วมรัฐบาลว่าประเมินแล้วมีเสียงจำนวนเท่าไหร่ รัฐบาลจะอยู่ถึง APEC หรือไม่ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพ เสถียรภาพก็ขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารกับเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลัก 

สำหรับประชาธิปัตย์เราถือหลักการทำหน้าที่ เรามีหน้าที่อะไรเราทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์แบบ วันนี้เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเราทำหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลให้สมบูรณ์แบบ ทำผลงานให้ปรากฏผลเป็นรูปธรรมถ้าวันหนึ่งเป็นฝ่ายค้านเราก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล และวันเวลาเป็นบทพิสูจน์แล้วว่าเราทำหน้าที่ของเราเต็มที่สมบูรณ์แบบไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะอะไรในฐานะพรรคการเมืองที่ยั่งยืนที่สุดของประเทศ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว