Skip to main content

‘ปลอดประสพ’ ปลุกรัฐบาลตื่นรับมือพายุโนรูเข้าไทย เหตุฝนจะตกหนักเพิ่มน้ำนับแสนลูกบาศก์เมตร เขื่อนใหญ่ไม่พอรับน้ำ  กระทบคนไทยครึ่งประเทศ แนะตั้งวอร์รูมต้องทำจริงจัง  ประกาศหยุดราชการ เตรียมทหาร ตำรวจ ประจำการช่วยประชาชน

ปลอดประสพ สุรัสวดี  ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี  อดีต ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติคนแรกของประเทศไทย  กล่าวว่า รัฐบาลต้องเตรียมการรับมือกับพายุโนรูที่จะสร้างความรุนแรงและความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยข้อมูลที่รัฐบาลควรรู้  ได้แก่ 

1.พายุโนรูจะเป็นพายุโซนร้อนที่ใหญ่ที่สุดลูกหนึ่ง  นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยเคยประสบมา 

2.ขนาดของพายุลูกนี้  ครอบคลุมเนื้อที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง รวมพื้นที่ทั้งหมดครึ่งหนึ่งของประเทศ หรือมากกว่า 250,000 ตารางกิโลเมตร

3.ด้วยขนาดของพายุที่ครอบคลุมเนื้อที่ขนาดใหญ่  จะกระทบกับพี่น้องประชาชน 30-35  ล้านคน 

4.พายุโนรูจะอยู่ในประเทศไทย 3-5 วัน โดยจะทำให้ฝนตกหนัก 100-300 มิลลิเมตรหรือมากกว่าในบางพื้นที่   ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณฝนที่สูงมาก

5.ปริมาณฝนดังกล่าวจะเพิ่มน้ำท่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร หรือเท่ากับปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล 10 เขื่อน 

6.แม้เขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ จะมีความสามารถรับน้ำได้อีก 10,000 ลูกบาศก์เมตร และระบบน้ำในภาคเหนือ รับน้ำได้อีก 10,000 ลูกบาศก์เมตร  แต่ขณะนี้พื้นที่ภาคกลางอิ่มตัวแล้ว ไม่มีความสามารถซึมน้ำได้อีก  ดังนั้นปริมาณน้ำฝน 100,000 มิลลิเมตร จะมีน้ำเหลือ  ไหลลงสู่ภาคกลาง 70,000-80,000 ลูกบาศก์เมตร และบางพื้นที่น้ำจะไหล่บ่าลงมา ในลักษณะหน้ากระดาน 

7.พายุลูกนี้ เป็นพายุลูกที่ 16 แต่เป็นพายุที่ให้น้ำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อผสมความชื้นในทะเลจีนตอนใต้ และมีร่องมรสุมในพาดผ่านตรงกลาง  มีหน้าที่เป็นกับดักความชื้นที่ถูกป้อนจากมหาสมุทร   รัฐบาลจึงต้องเร่งเตรียมการ 

8.ปริมาณน้ำจากพายุโนรู จะไหลลงสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงเวลาเดียวกันกับน้ำทะเลขึ้นสูง  ซึ่งยากต่อการระบายเป็นอย่างมาก

9.เชื่อว่าจะมีพายุเข้ามาอีก 1-3 ลูก แต่ความรุนแรงน้อยกว่า

ทั้งนี้จากการคาดการณ์ดังกล่าว รัฐบาลต้องเตรียมการ 5 ข้อ ได้แก่

1.ต้องเตรียมการเผชิญเหตุภายในอีก 24 ชั่วโมง โดยต้องทุ่มเทสรรพกำลังในการเผชิญเหตุใน 5 ข้อ
1.1 ตั้งหน่วยเผชิญเหตุประจำตำบล 
1.2 เรียกทหารประจำการกระจายไปในตำบล เพื่อช่วยเหลือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการเผชิญเหตุ
1.3 จัดเตรียมเครื่องมือในการเผชิญเหตุให้พร้อม เช่น เรือบด เชือกฯลฯ
1.4 พื้นที่ที่ได้รับกระทบ เช่น พื้นที่ราบ ควรใช้ทหาร  ส่วนพื้นที่บนเขา เจ้าหน้าที่กรมอุทยานและกรมป่าไม้ ประจำการในพื้นที่ใกล้หมู่บ้าน ประชาชน
1.5 ตำรวจ ให้อยู่ในเมืองอย่างเดียว 

2. เมื่อผ่านระยะ 3 วันไปแล้วจะเป็นระยะค้นหา ช่วยเหลือ 
2.1 เตรียมการอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อม เช่น เรือ เฮลิคอร์ปเตอร์ อุปกรณ์ให้กับกลุ่มงานทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น 

3. ระยะการฟื้นฟู ต้องทำ 6 เรื่อง
3.1 นำบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาช่วย
3.2 นำบุคลากรด้านสาธารณสุขเข้ามาช่วยเหลือ รักษาโรคที่เกิดจากน้ำนิ่ง
3.3 ส่งของใช้อุปโภคบริโภคให้ประชาชน
3.4 ใช้โรงเรียนและวัดให้เป็นประโยชน์
3.5 นำทหารจากหน่วยช่าง เพื่อซ่อมแซมสาธารณประโยชน์
3.6 ให้กรมทางหลวงชลนทและกรมชลประทานซ่อมแซมสาธารณูปโภค

3.บทบาทของรัฐบาลที่ควรจะเป็น 
3.1 การตั้งวอร์รูมของรัฐบาล  ต้องเพิ่มการทำงานให้มีบทบาทที่ชัดเจนและจริงจังมากกว่านี้  จัดหาบุคลากรที่มีความรู้ และมีอำนาจเต็มเข้าไปสั่งการโดยตรง  และต้องเป็นคนรู้จริง  ทั้งนักวิชาการ  ผู้มีประสบการณ์ ผู้มีความรู้ 
3.2 รัฐบาลต้องประกาศเป็นวันหยุดราชการทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  (27 กันยายน 2565) เช่นเดียวกับเวียดนามที่ดำเนินการแล้ว ทั้งปิดโรงเรียน สถานที่ราชการ ฯลฯ 

4.การตั้งวอร์รูมในทำเนียบรัฐบาล  ต้องเปิดระบบทีวีพูลและวิทยุพูล โดยต้องออกข่าวอย่างต่อเนื่อง  สื่อสารไปยังประชาชน  อย่างเช่น เมื่อครั้งเกิดภัยพิบัติสึนามิ เมื่อปี 2547 เจ้าหน้าที่รายงานของทีวีพูลประจำการที่ตนตลอด

5.รัฐบาลต้องสั่งการให้รัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ประสบเหตุโดยเด็ดขาด  ไม่ต้องลงพื้นที่โดยไม่จำเป็น 

“สิ่งที่พรรคเพื่อไทยกังวลมากๆ คือ   ขณะนี้โชคร้ายที่ประเทศไทยไม่มีนายกรัฐมนตรีตัวจริง สร้างความกังวลให้กับประชาชน  เพราะไม่กล้าสั่งการหน่วยงาน  พรรคร่วมรัฐบาลยังมีการแตกขั้ว  ณ วินาทีนี้ มีพายุใหญ่ลูกใหญ่ที่สุดในโลก 3 ลูก  เป็นเสียงเตือนภัยให้กับรัฐบาลในปัจจุบันและรัฐบาลในอนาคต  ว่าเกิดความผิดปกติ  ซึ่งเชื่อได้ว่าเกิดภาวะโลกร้อน รัฐบาลต้องเตรียมตัว เตรียมแผน เตรียมสมองให้พร้อม   พรรคเพื่อไทยเราคิดเรื่องนี้เยอะ เตรียมพร้อมไว้เยอะ  เพราะผมเคยทำ จึงรู้เรื่องนี้  ท่านต้องทำเรื่องนี้อย่างจริงจังตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมหวังว่าที่พรรคเพื่อไทยให้สติในวันนี้ท่านจะฟัง  เราเตือนเพราะเป็นห่วงประชาชน เรามีความรู้  มีประสบการณ์   และไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนอีก” ปลอดประสพ กล่าว