หลายรัฐในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มโครงการ "อาหารเป็นยา” ซึ่งเป็นโครงการออกแบบมื้ออาหาร ให้มีความเฉพาะกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละรายที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ส่งผลให้สุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดรายจ่ายทางด้านสุขภาพของรัฐ
แนวคิด "อาหารเป็นยา" ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมากในสหรัฐอเมริกาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และได้รับแรงสนับสนุนจากคนในขบวนการ Make America Healthy Again ที่เชื่อว่า การรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันและควบคุมโรคเรื้อรังได้
มีงานวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพ เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต ความพิการ และการเข้ารับบริการฉุกเฉินทางการแพทย์ของคนจำนวนมากในแต่ละปี
โครงการอาหารเป็นยา (Food is Medicine) เป็นโครงการจัดส่งอาหารปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานไปให้ผู้ป่วยถึงบ้าน โดยเมนูอาหารจะถูกออกแบบเฉพาะให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
แนวคิด คือ การจัดหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการบริการฟรีให้กับประชาชนรายได้น้อยที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพและรักษาโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไต
รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นรัฐแรกที่นำโครงการอาหารเป็นยามาใช้ในวงกว้างกับผู้ใช้สิทธิ Medicaid หรือโครงการประกันสุขภาพภาครัฐสำหรับผู้มีรายได้น้อย ทำให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทัฟส์, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ และสถาบันวิชาการอื่นๆ สนใจทำการศึกษาผลลัพธ์ของโครงการในรัฐนี้
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ใช้สิทธิ Medicaid ในรัฐแมสซาชูเซตส์ที่ได้รับอาหารเฉพาะตามภาวะสุขภาพ มีอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลลดลงถึงร้อยละ 31 และมีการเข้ารับบริการห้องฉุกเฉินลดลงร้อยละ 20
ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของผู้เข้าร่วมโครงการ ลดลงเฉลี่ย 3,433 ดอลลาร์ต่อคนในตลอดช่วงที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ลดลงดังกล่าว สามารถชดเชยต้นทุนของโครงการที่ใช้เงินงบประมาณจากภาครัฐได้เกือบทั้งหมด
ดร. ดาริอุช โมซาฟฟาเรียน อายุรแพทย์โรคหัวใจ และผู้อำนวยการสถาบัน Food is Medicine มหาวิทยาลัยทัฟส์ และหัวหน้าทีมวิจัย บอกว่า ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า อาหาร คือ ยาอย่างแท้จริง เพราะมีนัยสำคัญทั้งในเชิงการแพทย์และเชิงนโยบาย เขาบอกว่า การสนับสนุนให้ระบบประกันสุขภาพครอบคลุมโครงการอาหารที่ออกแบบเฉพาะตามภาวะสุขภาพของผู้ป่วย นอกจากจะช่วยรักษาโรคที่สัมพันธ์กับอาหารแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศได้ด้วย
ปัจจุบัน รัฐที่มีโครงการอาหารเป็นยา ประกอบด้วย แคลิฟอร์เนีย เดลาแวร์ แมสซาชูเซตส์ นิวยอร์ก นอร์ทแคโรไลนา โอคลาโฮมา ออริกอน เพนซิลเวเนีย และวอชิงตัน
งานวิจัยในรัฐแมสซาชูเซตส์ยังพบด้วยว่า โครงการอาหารเป็นยา ไม่เพียงช่วยให้สุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้น แต่ยังช่วยประหยัดงบประมาณของโครงการ Medicaid ของรัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และภาวะซึมเศร้า
"เป็นเรื่องที่พบได้ไม่บ่อยนักในวงการแพทย์ ที่มาตรการหนึ่งจะสามารถทำให้สุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้น และช่วยประหยัดงบประมาณได้พร้อมกัน ดังนั้น การขยายโครงการลักษณะนี้ไปยังผู้ป่วยในรัฐอื่นๆ รวมถึงผู้ที่อยู่ภายใต้ระบบประกันสุขภาพอื่น เช่น Medicare หรือประกันสุขภาพที่นายจ้างจัดให้ จึงเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้แบบไม่ต้องลังเลเลย" ดร. ดาริอุชกล่าว
ที่มา
‘Food Really Is Medicine’