Skip to main content

 

พันธุ์อาจ ชัยรัตน์

 


Countries are not automatically rich in proportion to their natural resources... Countries are rich whose governments have policies which encourage the essential creativity, initiative and enterprise of man, and recognise his desire to do better for his family. Indeed, it is increasingly evident that man's greatest resource is man himself.

Margaret Thatcher, FEE Golden Jubilee Speech, New York, 11 April 1996


ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นปาฐกถาต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่เชียงใหม่ ท่านพูดเรื่อง Deep Tech เรื่อง Startup เรื่องการดึง VC เข้ามาลงทุน เรื่องการพาไทยสู่ประเทศรายได้สูง แล้วก็พูดในตอนหนึ่งว่า

"หากจะไปแก้ปัญหาคอร์รัปชัน แก้อีก 100 ปีก็ไม่หมด แต่หากเราทำให้คนมีตังค์ ใครจะอยากคอร์รัปชัน เพราะพื้นฐานความเป็นคน ถ้าเรามั่นใจในประชาชน อย่างไรเขาก็ไม่โกงอยู่แล้ว"

ผมอยากชวนท่านมองว่า ท่านเชื่อเรื่อง Deep Tech Startup จริงใช่ไหม? เพราะถ้าเชื่อ ท่านก็จะรู้ดีว่าสิ่งที่ท่านพูดในประโยคนั้นอาจจะทำให้ทุกอย่างที่ท่านกำลังอยากสร้างให้มันเกิดขึ้น เกิดได้ยากมาก


ผลสำรวจภาคเอกชนที่ออกมา 1 สัปดาห์ ก่อนปาฐกถาของท่าน ส่งสัญญาณเตือนดังมาก


เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจ 401 รายทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ Zero Corruption ผลที่ออกมาไม่ใช่ความรู้สึก  มันคือตัวเลขที่ระบุชื่อหน่วยงาน

ตัวเลขจากผลสำรวจ กกร. พฤษภาคม 2569

89.1%  ของภาคธุรกิจระบุว่า คอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ
51.2%  มองว่า สถานการณ์แย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา
60.9%  ของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐพบการร้องขอสิ่งตอบแทน
45.9%  ของบริษัทยืนยันว่า เคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่
11-15%  ของมูลค่าสัญญาภาครัฐที่ต้องจ่ายพิเศษเพื่อให้ได้งาน (เฉลี่ย)
43.7%  ของภาคธุรกิจไม่กล้าร้องเรียนแม้พบการเรียกรับผลประโยชน์

ผลสำรวจครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เปิดชื่อหน่วยงานตรงๆ หน่วยงานที่มีอัตราการเสนอสิ่งตอบแทนสูงสุดในประสบการณ์ตรงของภาคเอกชน ได้แก่ ตำรวจทางหลวง/จราจร (100%), กระบวนการยุติธรรม (94.4%), อบต. (91.7%) และยังมีหน่วยงานอื่นอีกรวม 10 แห่งที่ถูกระบุชื่อ

นี่ไม่ใช่ข่าวลือ ไม่ใช่ความรู้สึก มันคือรายงานจากนักธุรกิจที่เพิ่งผ่านประสบการณ์นั้นมา และมันออกมาก่อนปาฐกถาของท่านเพียงสัปดาห์เดียว


เส้นทางของ Startup ทุกก้าวมีด่านเก็บเงิน

 

ท่านพูดถึง ecosystem ที่ถูกต้อง: งานวิจัย → IP → Startup → VC → ตลาด แต่ท่านข้ามความจริงที่ว่า ทุกขั้นตอนในเส้นทางนั้นผ่านมือของระบบราชการทั้งสิ้น

ลองเดินตามเส้นทางจริงดู

จดทะเบียนบริษัทผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังพอไปได้ แต่ถ้าต้องขอใบอนุญาตพิเศษด้าน Biotech, Fintech หรือ MedTech หน่วยงานที่ต้องอนุมัติคือหน่วยงานที่อยู่ในรายชื่อของ กกร. บางส่วน และหลายหน่วยงาน

ขอ First Contract จากภาครัฐ สำรวจ กกร. ระบุชัดว่า 27.3% ของการประกวดราคาครั้งล่าสุด มีบุคคลอ้างว่า 'ช่วยให้ชนะ' ได้ และ 27.3% ได้รับ 'ใบ้' ว่าควรใช้ตัวกลางบางราย Startup ที่ไม่มีเส้นสายและไม่ยอมจ่าย มีโอกาสชนะบนคุณภาพของ product อย่างเดียวเท่าไหร่?

ขอ Regulatory Approval ยิ่ง Deep Tech ก็ยิ่งต้องขออนุมัติจากหน่วยงานเฉพาะทางมากขึ้น กระบวนการที่ซับซ้อนและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ คือ สิ่งที่ภาคเอกชน 25% ระบุว่าเป็นเหตุผลหลักที่ต้องยอมจ่ายสินบน

Scale ผ่านสัญญาภาครัฐ ต้องจ่าย 'ค่าผ่านทาง' 11-15% (หรือมากกว่านั้น) ของมูลค่าสัญญาทุกครั้ง บริษัทใหญ่ที่มีมาร์จิ้นสูงรับได้ Startup ที่ยัง burn rate สูงและ margin ติดลบ คง ตายก่อนถึง scale

นี่ไม่ใช่ระบบที่รอให้คนรวยแล้วจะดีขึ้นเอง มันคือระบบที่ออกแบบมาเพื่อกรองคนที่ 'ไม่เล่นตามเกมส์ที่เป็นอยู่' ออกไปตั้งแต่ต้น โดยไม่สนว่าเทคโนโลยีของเขาดีแค่ไหน


ปลาใหญ่ไม่ได้รอให้ใครรวยก่อนแล้วค่อยปล่อย

 

สมมติฐานของท่านที่ว่า 'คนมีเงินแล้วจะไม่โกง' ผิดพลาดในจุดที่สำคัญที่สุด คนที่สร้างระบบนี้ไม่ได้ยากจนเลย

Incumbent ที่ล็อกตลาดจัดซื้อจัดจ้างไว้ มีทั้งทุน เครือข่าย และการเมืองรองรับ พวกเขาไม่ได้โกงเพราะหิว พวกเขาทำเพราะ ระบบเปิดให้ทำได้ และไม่มีใครหยุดได้ ผลสำรวจ กกร. ยืนยันตัวเลขนี้ชัดเจน  43.7% ของภาคธุรกิจ 'ไม่กล้าร้องเรียนเลย' แม้จะพบการเรียกรับผลประโยชน์ต่อหน้าต่อตา

ในโลก Deep Tech และ Platform Economy ปัญหาที่อันตรายกว่าสินบนแบบเงินสด คือ การใช้อำนาจกำหนด TOR ที่ล็อกผู้ชนะไว้ล่วงหน้า การยืดกระบวนการอนุมัติจนบริษัทเล็กตายก่อนได้รับเงิน และการออก spec ที่มีแค่ incumbent รายเดิมผ่านได้

นี่คือคอร์รัปชันที่ไม่ต้องมีใครหิวข้าว และจะไม่หายไปเพราะ GDP เพิ่ม


1 ใน 8 นโยบายหลักของท่านคือ Anti-Corruption

 

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ท่านจะลืมไปว่า ในการประกาศนโยบาย อว. ท่านประกาศยุทธศาสตร์ที่ 7 ของกระทรวง อว. ว่าจะใช้เทคโนโลยีต้านคอร์รัปชัน มุ่งสู่ Zero Corruption ท่านเสนอ Corruption Tracking, Auto e-approve เพื่อตัดดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ และการบูรณาการข้อมูลข้ามกระทรวงให้ภาคเอกชนตรวจสอบได้

ถ้าเชื่อจริงว่า “คนรวยแล้วจะไม่โกงเอง” ท่านไม่จำเป็นต้องมีกลไกเหล่านั้นเลยแม้แต่อย่างเดียว การที่ท่านออกแบบมันบ่งบอกว่าท่านรู้ดีว่าระบบต้องการ checks and balances ที่เป็นอิสระจากระดับรายได้ และควรรีบทำ

แต่ในวันที่ กกร. เพิ่งออกรายงานระบุชื่อหน่วยงานรัฐ 10 แห่ง และในวันที่ท่านยืนอยู่ที่เชียงใหม่ต่อหน้าผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่จะต้องส่ง Startup ออกไปเผชิญระบบนั้น  ท่านเลือกบอกว่า "แก้คอร์รัปชัน 100 ปีก็ไม่หมด รอให้คนรวยก่อนดีกว่า"

วาทกรรมนั้นมันส่งสัญญาณต่อระบบราชการว่า รัฐบาลนี้อาจจะไม่เดินหน้าเรื่องนี้จริงจัง และ Startup ที่ท่านหวังจะเลี้ยงจะได้ยินสัญญาณนั้นด้วย


สมการที่ไม่อาจแยกออกจากกัน

 

ถ้าท่านอยากเห็น Deep Tech Startup จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือจากมหาวิทยาลัยไหนก็ตาม ออกไปแข่งขันในตลาดได้จริง ต้องการ 3 สิ่งที่เดินพร้อมกัน ไม่มีลำดับก่อนหลัง:

1. ตลาดที่เป็นธรรม ระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ล็อก TOR ให้ incumbent ที่ผู้เล่นใหม่ชนะได้บนพื้นฐานของเทคโนโลยีจริง ไม่ใช่เส้นสาย

2. กระบวนการอนุมัติที่ไม่มีด่านเก็บเงิน Auto e-approve ที่ท่านเสนอเองนั้นคือ คำตอบ แต่ต้องทำจริง ไม่ใช่แค่ประกาศ

3. สัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจน ว่ารัฐบาลนี้ไม่ยอมให้คอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการอนุมัติใบอนุญาตเป็นต้นทุนที่ยอมรับได้ สัญญาณนั้นต้องมาจากคำพูดของท่านเองในที่สาธารณะ ไม่ใช่สัญญาณตรงข้ามที่บอกว่ารอได้

ตัวเลขของ กกร. บอกว่าต้นทุนคอร์รัปชันคิดเป็น 11-15% ของมูลค่าสัญญาภาครัฐ นั่นหมายความว่าทุก 100 บาทที่รัฐใช้ซื้อนวัตกรรม มีอย่างน้อย 11-15 บาทที่ไม่ได้ไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยี มันไปอยู่ที่ค่าผ่านทาง Innovation Economy ไม่สามารถสร้างขึ้นได้บนต้นทุนแบบนั้น


Startup ไม่รอ 100 ปี

 

ผมออกมาจากพื้นที่ฝางวันนี้ ได้เห็นว่าคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่นทำให้งบประมาณไม่ถึงมือประชาชนอย่างไร แล้วก็มาอ่านปาฐกถาของท่านที่เชียงใหม่ระหว่างทางกลับเข้าเมืองเชียงใหม่

ท่านมีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องเรื่องนวัตกรรม แต่ตราบใดที่ท่านยังบอกในที่สาธารณะว่าคอร์รัปชันอีก 100 ปีก็แก้ไม่ได้ "ท่านกำลังเดินสวนทางกับสิ่งที่ท่านเองพยายามสร้าง"

กกร. เพิ่งวางรายงานไว้ให้ท่านแล้ว มีตัวเลข มีชื่อหน่วยงาน มีข้อเสนอนโยบายที่ชัดเจน Startup ในอุทยานวิทยาศาสตร์เชียงใหม่ที่ท่านชมวันนี้จะเป็นคนแรกที่ต้องเจอระบบนั้น พวกเขาไม่มีเวลารอ 100 ปี

บทความนี้ ไม่ใช่เป็นบทความเชิงการเมืองจากสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน แต่เป็นบทความจากกัลยาณมิตร ที่เคยร่วม กระทรวง อว. ที่เอาใจช่วยอยากให้ท่านทำการสร้าง innovation economy ให้สำเร็จ