ภูมิทัศน์และจุดชมวิวแม่น้ำฮันที่สวยงามอลังการบน Haneul Park หรือ สวนลอยฟ้าชานกรุงโซล ทำให้แทบไม่เชื่อว่า อดีตของสวนสวยบนเนินเขานี้ เคยเป็นกองภูเขาขยะและหลุมฝังกลบขยะขนาดใหญ่ที่เน่าเหม็น ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงของโซลในช่วงทศวรรษที่ 1970 ถึงต้น 1990
Haneul Park ตั้งอยู่ในเขตมาโป และเป็นหนึ่งในพื้นที่สีเขียวของกรุงโซลที่ผู้คนรักมากที่สุด ก่อนที่จะมาเป็นสวนลอยฟ้าที่สวยงาม ที่นี่คือ “นันจีโด” หรือ หลุมฝังกลบขยะหลักของโซล ที่ทุกคนในยุคนั้นรู้จักในฐานะกองขยะที่สกปรก ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง จนผู้คนต่างเรียกสถานที่นี้ว่า “ซัมดาโด” หรือ “เกาะที่มีสามสิ่ง” ได้แก่ ฝุ่น กลิ่นเหม็น และแมลงวัน
ระหว่างปี 1978 ถึง 1993 นันจีโด เป็นสถานที่ทิ้งขยะทุกประเภทจากทั่วทั้งกรุงโซล ในยุคที่ยังไม่มีแนวคิดเรื่องการคัดแยกขยะและการรีไซเคิล ทำให้ขยะทุกชนิด ตั้งแต่ขยะอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ใช้แล้ว ไปจนถึงถ่านหิน ถูกนำมาฝังรวมกันในที่แห่งนี้ จนขยะปริมาณ 92 ล้านตันทับถมกันเป็นกองภูเขาสูงถึง 98 เมตร
ภูเขาขยะสร้างปัญหาที่ร้ายแรงด้วยการปล่อยก๊าซมีเทน ทำให้เกิดไฟไหม้ราว 1,390 ครั้งในตลอดอายุ 15 ปีของมัน ขณะเดียวกัน น้ำเสียที่ปนเปื้อนจากการย่อยสลายของขยะ ยังไหลลงสู่แม่น้ำฮันที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล จนส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศของแม่น้ำ

บันได 291 ขั้น ขึ้นไปสู่ด้านบนของ Hanuel Park

วิวแม่น้ำฮัน จากด้านบนของ Hanuel Park

ในปี 1993 รัฐบาลกรุงโซลได้สั่งปิดหลุมฝังกลบแห่งนี้ และจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเกาหลีใต้ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพร่วมกับญี่ปุ่นในการจัดแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ตัดสินใจสร้างสนามกีฬา World Cup Stadium ขึ้นในบริเวณพื้นที่ใกล้หลุมฝังกลบขยะ และเริ่มโครงการขนาดใหญ่เพื่อเปลี่ยนนันจีโด ให้กลายเป็นสวนสวยที่มีความหลากหลายของระบบนิเวศ
กระบวนการปรับสภาพพื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะแรก มีการติดตั้งบ่อดูดก๊าซจำนวน 106 แห่งทั่วทั้งหลุมฝังกลบ เพื่อนำก๊าซมีเทนที่รวบรวมได้ส่งผ่านท่อไปใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับระบบทำความร้อนและความเย็นของสนามกีฬา World Cup Stadium และส่งให้ครัวเรือนราว 6,000 หลังในย่านซังอัมดงและดิจิทัลมีเดียซิตี้ ก๊าซมีเทนจากกองขยะจึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน
การปรับพื้นที่ระยะที่สอง มีการสร้างแนวกั้นรอบพื้นที่หลุมฝังกลบ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเสียรั่วไหลออกมา ขณะที่น้ำชะขยะที่ถูกรวบรวมในบ่อ ถูกนำไปผ่านกระบวนการบำบัด ก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำฮัน
การปรับพื้นที่ระยะสุดท้าย คือ การฟื้นฟูสภาพดินเพื่อให้พืชสามารถเจริญเติบโตได้ มีการถมดินเป็นชั้นๆ ลงบนหลุมฝังกลบ โดยชั้นดินหนา 50 เซนติเมตรซึ่งผสานกับชั้นกันน้ำจะห่อหุ้มขยะไว้ ด้านบนสุดมีการวางชั้นระบายน้ำ ชั้นดินรอง และหน้าดิน หนาอย่างละ 30 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถปลูกหญ้าและไม้พุ่มขนาดเล็ก และค่อย ๆ ก่อให้เกิดระบบนิเวศขึ้นมาได้

World Cup Stadium มองจากบันไดทางขึ้น Hanuel Park
Haneul Park เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2002 ไม่กี่เดือนก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 จะเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน และเป็น 1 ใน 5 สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กับ World Cup Stadium และแม่น้ำฮัน นับเป็นโครงการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ของรัฐบาลกรุงโซลสมัยนั้น
กรุงโซลที่ถูกโอบล้อมด้วยเนินเขาและภูเขาสีเขียว สวนลอยฟ้าแห่งนี้จึงดูเป็นธรรมชาติและกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งกับภูมิประเทศของโซล
Haneul Park มีพื้นที่ขนาดใหญ่ราว 192,000 ตารางเมตร นอกจากทางขึ้นที่เป็นถนนไต่ไปตามความลาดชันแล้ว ยังบันไดทางขึ้นรวม 291 ขั้นที่นำไปสู่ลานกว้างด้านบนของสวน ซึ่งมีจุดชมวิวแม่น้ำฮันแบบพาโนรามา มีพรรณไม้ต่างๆ มีทุ่งหญ้ากว้าง และต้นไม้หลากหลายชนิด ดอกไม้ตามฤดูกาล เป็นสถานที่อยู่อาศัยของนก แมลง สัตว์ขนาดเล็ก รวมถึงเป็นสถานที่เรียนรู้ธรรมชาติของเด็กๆ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำคัญของชาวเมือง




นอกจากนี้ ในปี 2005 ยังมีการตั้งโรงงานกำจัดและแปรรูปขยะของกรุงโซลในละแวกเดียวกัน ในการเปลี่ยนผ่านระบบจัดการขยะจากการฝังกลบไปสู่การเผาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถจัดการขยะครัวเรือนได้ประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ จาก 5 เขตโดยรอบ ได้แก่ มาโป จุง จงโน ยงซาน และซอดามุน โดยเผาขยะได้เฉลี่ยวันละ 600 ตัน มีการตรวจวัดสารพิษจากควันของโรงงาน ซึ่งพบค่าไดออกซินอยู่ในระดับต่ำมากเกือบเป็นศูนย์ ซึ่งต่ำกว่าค่าที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 0.1 นาโนกรัมต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร
ขณะที่ความร้อนจากการเผาขยะถูกนำไปใช้ผลิตไฟฟ้า โดยส่งไปที่หม้อต้มน้ำเพื่อปั่นไฟฟ้า และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้วันละ 5,000 กิโลวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับจ่ายไฟให้กับ 20 ครัวเรือนเป็นเวลาหนึ่งเดือน
ส่วน ไนโตรเจนออกไซด์ จากการเผาขยะซึ่งเป็นมลพิษ จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นไนโตรเจนและน้ำ และนำไปผ่านตัวกรองที่เรียกว่า “โพลิชฟิลเตอร์” เพื่อดักจับมลพิษที่หลงเหลืออีกครั้งหนึ่ง ก่อนปล่อยออกทางปล่องควันออกสู่สิ่งแวดล้อม
ที่มา
How Seoul turned its biggest garbage dump into beloved park
From trash to tranquility: landfill-turned-eco park Nanjido