งานวิจัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชื่อ American College of Cardiology เมื่อปลายปี 2025 เผยว่า คนที่เป็นโรคหัวใจเกือบทุกคน มีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างน้อยหนึ่งในสี่อย่างอยู่ก่อนหน้าแล้ว
จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของคนวัยในผู้ใหญ่ในเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาจำนวนกว่า 9 ล้านคน นักวิจัยพบว่า เกือบทุกคนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ล้วนมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอย่างน้อย 1 ใน 4 อย่างปรากฏอยู่ล่วงหน้าก่อนแล้ว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และการสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะยังสูบอยู่หรือเลิกสูบไปนานแล้วก็ตาม
จากการศึกษาระยะยาว นักวิจัยพบว่า ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนอาการโรคหัวใจและหลอดเลือดถึงร้อยละ 99 แม้แต่ในกลุ่มผู้หญิงอายุต่ำกว่า 60 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวต่ำที่สุด ก็พบว่า มากกว่าร้อยละ 95 ของกรณีหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง มีความเชื่อมโยงกับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ที่มีอยู่ก่อนหน้า โดยความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือดมากที่สุด
นักวิจัยรุะบุว่า การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับเหมาะสม จะเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ฟิลิป กรีนแลนด์ แพทย์โรคหัวใจและหัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น บอกว่า เป้าหมายในตอนนี้คือ การหาวิธีควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ แทนที่การตามหาปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่สามารถรักษาได้และไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง
ผลการศึกษานี้ยังสอดคล้องกับงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ชี้ว่า ที่ผ่านมาวงการแพทย์อาจประเมินบทบาทของสาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายต่ำเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุน้อย
งานวิจัยเรื่องสาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายในผู้ป่วยวัยอายุน้อย ตีพิมพ์เมื่อปลายปี 2025 นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์การแพทย์และองค์กรวิจัยทางการแพทย์ Mayo Clinic ได้วิเคราะห์เหตุการณ์หัวใจวายจำนวน 1,474 กรณี ในคนที่มีอายุไม่เกิน 65 ปี ในรัฐมินนิโซตาของสหรัฐอเมริกา
นักวิจัยอธิบายว่า โดยปรกติภาวะหัวใจวายส่วนใหญ่มักถูกอธิบายว่า เกิดจากหลอดเลือดแดงอุดตัน ซึ่งนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า atherothrombosis หรือภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นการไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจจากงานวิจัยนี้ คือ มากกว่าครึ่งหนึ่งของภาวะหัวใจวายในผู้หญิง เกิดจากสาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับ atherothrombosis ซึ่งต่างจากผู้ชายที่หลอดเลือดแดงอุดตันเป็นสาเหตุของหัวใจวายถึงร้อยละ 75
นักวิจัยพบว่า ร้อยละ 34 ของผู้หญิงที่มีอาการหัวใจวาย เกิดจากภาวะที่ความต้องการออกซิเจนของหัวใจไม่สมดุลกับปริมาณออกซิเจนที่ได้รับ หรือ Supply/Demand Mismatch Secondary Myocardial Infarction (SSDM) ซึ่งหมายถึง ภาวะที่เป็นผลมาจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ภาวะโลหิตจาง หรือการติดเชื้อ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดหัวใจวาย ได้แก่ ภาวะหลอดเลือดหัวใจฉีกขาดเองโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเกิดจากรอยฉีกขาดในผนังหลอดเลือดแดงจนมีเลือดคั่งสะสมอยู่ภายใน และภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากส่วนอื่นของร่างกายที่หลุดลอยมาตามกระแสเลือด
แคลร์ ราเพล แพทย์โรคหัวใจจาก Mayo Clinic บอกว่า งานวิจัยนี้ช่วยให้ความกระจ่างถึงสาเหตุของภาวะหัวใจวายในผู้หญิง ซึ่งที่ผ่านมามักไม่ได้รับความสนใจมากนัก
“ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องถึงสาเหตุที่แท้จริงของภาวะหัวใจวาย ทำให้การรักษาในอดีตอาจมีประสิทธิภาพลดลง หรือในบางกรณีอาจก่อให้เกิดผลเสียได้ด้วยซ้ำ การทำความเข้าใจว่า เหตุใดภาวะหัวใจวายจึงเกิดขึ้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้การรักษาอาการที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะมันอาจเป็นตัวกำหนดความแตกต่างระหว่างการฟื้นตัว กับการกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง” แพทย์หญิงแคลร์กล่าว
ที่มา
Major Study Links 99% of Heart Attacks And Strokes With 4 Risk Factors